eSIM ญี่ปุ่น 2026 เปรียบเทียบฉบับสมบูรณ์

🔥 อัปเดตล่าสุด 2026

eSIM ญี่ปุ่น 2026
เปรียบเทียบ ฉบับเข้าใจง่าย

ไม่ต้องเปลี่ยนซิม ไม่ต้องต่อแถวที่สนามบิน แค่สแกน QR Code ก็เปิดใช้เน็ตได้ทันทีที่ถึงญี่ปุ่น!

🏆 สรุปก่อน — เลือกได้เลยใน 10 วินาที

อันดับ 1 Klook eSIM จ่ายด้วยช่องทางที่คนไทยคุ้นเคย — สั่งง่าย
อันดับ 2 Airalo แอปใช้ง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่
อันดับ 3 Sim Local เน็ตไม่จำกัด + แชร์ฮอตสปอตได้
ดู Klook eSIM ญี่ปุ่น →

รองรับวิธีชำระเงินที่คนไทยคุ้นเคย เช่น บัตรเครดิต/เดบิต รวมถึง TrueMoney Wallet / QR เท่าที่แสดงในแอป Klook

หมายเหตุ: บทความนี้มีลิงก์ Affiliate หากคุณซื้อผ่านลิงก์นี้ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ

สวัสดีค่ะ/ครับ! มุกกับทาคุมิ มาแล้ว 🇹🇭✈️🇯🇵

เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น สิ่งแรกที่ต้องมีคือ อินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเปิด Google Maps หาทาง, แปลภาษาญี่ปุ่น, หรืออัปเดตรูปลง Instagram — ทุกอย่างต้องใช้เน็ตทั้งนั้น!

แต่การไปหาซื้อซิมที่สนามบิน ต้องต่อแถวยาว เสียเวลาเที่ยว แถมหลายครั้งราคาก็แพงกว่าสั่งออนไลน์ล่วงหน้า

eSIM จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในยุคนี้! สั่งออนไลน์ก่อนบิน พอเครื่องแลนดิ้งปุ๊บก็เปิดเน็ตใช้ได้เลย

ทำไมต้องใช้ eSIM ไปญี่ปุ่น?

  • สะดวกสุดๆ — สั่งซื้อออนไลน์ ไม่ต้องเสียเวลาหาร้านที่สนามบิน
  • หลายครั้งถูกกว่าซื้อหน้างาน — มักประหยัดกว่าไปซื้อที่เคาน์เตอร์สนามบินนาริตะหรือคันไซ
  • ใช้ได้ทันที — เปิดเน็ตได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ถึงญี่ปุ่น
  • เก็บซิมไทยไว้เครื่องได้ — ใช้คู่กับ AIS/True/DTAC ได้ รับ SMS OTP จากธนาคารได้ปกติ
  • ไม่ต้องพก Pocket WiFi ให้หนัก — ไม่ต้องคอยชาร์จแบต ไม่ต้องกลัวทำหายหรือลืมคืน
💡 eSIM คืออะไร? คือซิมการ์ดแบบดิจิทัลที่ฝังอยู่ในโทรศัพท์ ไม่ต้องถอดถาดซิม แค่สแกน QR Code ก็เปิดใช้งานได้ทันที (รองรับ: iPhone XS / XS Max / XR ขึ้นไป ส่วน Android รุ่นใหม่ๆ เช่น Samsung / Pixel ส่วนใหญ่รองรับ — เช็กได้ว่าในเครื่องมีหมายเลข EID แสดงอยู่ไหม)

📱 ก่อนเลือก eSIM|ตั้งค่าให้เสร็จตั้งแต่อยู่ไทย แล้วจะสบายมากตอนถึงญี่ปุ่น

บอกตามตรงเลยนะคะ ตอนแรก ๆ ผมเอง (มุก) ก็คิดว่า “ไปตั้งค่าตอนถึงญี่ปุ่นก็ได้” 😅 แต่พอลงเครื่องที่นาริตะ ลากกระเป๋าเดินทางไปด้วย หาสัญญาณ Wi-Fi ฟรีของสนามบินไปด้วย แล้วต้องมายืนจิ้มหน้าจอตั้งค่าท่ามกลางคนเยอะ ๆ … พูดเลยว่าใจสั่นเหมือนกันค่ะ

ในบล็อกทั่วไปจะเขียนว่า “ตั้งค่าง่ายแค่ 5 นาที!” แต่ความจริงคือ Wi-Fi ที่สนามบินบางทีก็ไม่นิ่ง หรือมือถือแต่ละรุ่นมีจุดที่ต้องเซ็ตต่างกัน ทำให้บางคนติดขัดกว่าที่คิดค่ะ

เพราะงั้น สิ่งที่ผมพูดได้เต็มปากตอนนี้คือ — ตั้งค่าเบื้องต้น (ติดตั้ง) ให้เสร็จตั้งแต่ยังอยู่ไทย ใช้ Wi-Fi ที่บ้านที่สัญญาณนิ่ง ๆ แค่นี้พอถึงญี่ปุ่นก็สบายขึ้นแบบไม่น่าเชื่อเลยค่ะ ✨

ทำไมต้อง “ตั้งค่าตั้งแต่อยู่ไทย”?

การเตรียม eSIM ถ้าแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน จะเข้าใจง่ายขึ้นค่ะ:

ติดตั้ง + ตั้งค่าเบื้องต้น (ใส่โปรไฟล์ eSIM เข้าไปในเครื่อง)
เปิดใช้สาย (เปิดเน็ต) (เชื่อมต่อเน็ตญี่ปุ่นจริง ๆ)

ข้อ ① นี้เราทำให้เสร็จตั้งแต่อยู่ไทยในบรรยากาศสบาย ๆ ได้เลยค่ะ ถ้า ① เสร็จแล้ว พอถึงญี่ปุ่นก็แค่ “เปิดสาย” อันเดียวจบ ไม่ต้องมายืนหา Wi-Fi ให้ใจสั่นที่สนามบินอีกต่อไป 💕

⚠️ สำคัญที่สุด|ตอนอยู่ไทย ห้ามแตะ “สวิตช์เปิดสาย” เด็ดขาด

ข้อนี้สำคัญที่สุดเลยค่ะ 🙏 eSIM สำหรับนักท่องเที่ยวหลายเจ้า (โดยเฉพาะแบบเติมเงิน/พรีเพด) จะ เริ่มนับวันใช้งานทันทีที่เปิดสาย หรือทันทีที่จับสัญญาณได้ หมายความว่า ถ้าเผลอเปิดสายตั้งแต่อยู่ไทย เน็ต (กิ๊ก) และจำนวนวันอันมีค่าของคุณจะ ลดลงเรื่อย ๆ ทั้งที่ยังไม่ถึงญี่ปุ่น 😱

ดังนั้น ตอนอยู่ไทยให้ทำแค่ “ติดตั้ง (เพิ่ม eSIM)” เท่านั้น ส่วน “สวิตช์เปิดสาย (เปิดสายนี้)” ห้ามแตะจนกว่าจะถึงญี่ปุ่น และระหว่างตั้งค่า ให้เช็กว่า สายหลัก (ซิมไทย) ยังถูกเลือกเป็นเน็ตอยู่ และ สาย eSIM ท่องเที่ยวปิดไว้ (OFF) ตลอดนะคะ

✅ เช็กลิสต์ก่อนออกเดินทาง (ทำให้เสร็จตั้งแต่อยู่ไทย)

  • เช็กว่ามือถือรองรับ eSIM ไหม:ตั้งค่า (Settings) → ทั่วไป (General) → เกี่ยวกับ (About) ถ้าเห็น EID แสดงว่าใช้ได้ (iPhone รุ่น XR / XS ขึ้นไปรองรับค่ะ)
  • เช็กว่าปลดล็อกซิม (SIM Unlock) แล้ว:ในหน้าเดียวกัน ถ้าขึ้นว่า “ไม่มีการล็อกซิม (No SIM restrictions)” ก็โอเคค่ะ
  • ติดตั้งโปรไฟล์ด้วย Wi-Fi ที่นิ่ง ๆ
    iPhone:ตั้งค่า → เซลลูลาร์ (Cellular) → เพิ่ม eSIM (Add eSIM)
    Android:ตั้งค่า → เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต (Network & Internet) → ซิม (SIM) → เพิ่ม eSIM (Add eSIM)
  • ตั้งชื่อ (Label) ให้ eSIM ที่เพิ่งติดตั้ง ให้จำง่าย เช่น “Japan Trip”
  • สายหลัก (ซิมไทย) ปิด ดาต้าโรมมิ่ง (Data Roaming) ไว้
  • อย่าถอดซิมไทยออก เก็บไว้รับ OTP ธนาคาร และรับสายโทรเข้านะคะ

❌ สิ่งที่ห้ามทำ

  • ห้ามเปิดสาย eSIM ท่องเที่ยวตั้งแต่อยู่ไทย(= ต้นเหตุของการเสียกิ๊กฟรี ๆ ทำตามข้อ “สำคัญที่สุด” ด้านบนให้ครบนะคะ)
  • ต่อให้ตั้งค่าไม่สำเร็จ ก็อย่าเพิ่งลบ eSIM:eSIM หลายเจ้าติดตั้งได้ เครื่องละ 1 ครั้ง เท่านั้น ถ้าลบไปแล้วอาจกู้คืนไม่ได้ค่ะ ถ้าติดปัญหาให้ติดต่อฝ่ายซัพพอร์ตของร้านที่ซื้อก่อน

🛬 พอถึงญี่ปุ่นแล้ว ทำแค่นี้เลย

ไม่ว่าจะลงที่สนามบินนาริตะ ฮาเนดะ หรือฟุกุโอกะ สิ่งที่ต้องทำง่ายมากค่ะ:
① ปิดโหมดเครื่องบิน → ② เปิดสาย eSIM ท่องเที่ยว → ③ เปิด ดาต้าโรมมิ่ง (Data Roaming)
แค่นี้ก็เล่นเน็ตได้ทันทีเลยค่ะ คนที่เตรียมตัวมาดีอย่างคุณ ไม่ต้องมายืนหา Wi-Fi ท่ามกลางคนเยอะ ๆ อีกต่อไป 🎉

รู้เคล็ดลับการเตรียมตัวแล้ว ต่อไปก็มาเลือก eSIM ที่เหมาะกับทริปของคุณกันค่ะ 👇 ลองดูตารางเปรียบเทียบด้านล่าง เช็กทั้งราคา ปริมาณเน็ต และความง่ายในการใช้งานได้เลยค่ะ

เปรียบเทียบ eSIM ญี่ปุ่น 2026 — Top 5

eSIMเหมาะกับใคร?ราคาเริ่มต้นเครือข่ายหลัก
🥇 Klookคนไทย — จ่ายด้วยระบบไทยง่ายสุด~160 ฿ ($5)SoftBank / DOCOMO
🥈 Airaloมือใหม่ แอปใช้ง่ายมากๆ~150 ฿ ($4.50)SoftBank / KDDI
🥉 Sim Localสายทำงาน เน็ตไม่จำกัด+แชร์~500 ฿ ($15)AU (KDDI)
Holaflyสายโซเชียล ไม่อยากนับ GB~650 ฿ ($19)KDDI
Nomadสายทัวร์ เที่ยวหลายประเทศ~160 ฿ ($5)หลากหลาย
ไม่อยากอ่านยาวใช่มั้ย? ถ้าอยากจ่ายเงินง่ายๆ ด้วยช่องทางที่คนไทยคุ้นเคย — Klook eSIM คือตัวเลือกที่สะดวกที่สุด สั่งเสร็จรับ QR ภายในไม่กี่นาที

รีวิวเจาะลึกแต่ละ eSIM

🇹🇭 คนไทยเลือกใช้อันดับ 1

1. Klook eSIM — คุ้นเคย จ่ายง่าย มั่นใจที่สุด

เริ่มต้น ~160 บาท

1 GB / 7 วัน — มีแพ็กเกจตั้งแต่ 3–50 GB ให้เลือกเพียบ

  • รองรับช่องทางชำระเงินที่คนไทยคุ้นเคย (บัตรเครดิต/เดบิต รวมถึง TrueMoney/QR เท่าที่แสดงในแอป)
  • สั่งผ่านระบบ Klook ที่คนไทยคุ้นเคย
  • จับสัญญาณ SoftBank / DOCOMO — ครอบคลุมเมืองใหญ่
  • แชร์ฮอตสปอตให้เพื่อนได้

ถ้าคุณเคยใช้ Klook จองตั๋วรถไฟ หรือทัวร์ต่างๆ อยู่แล้ว การสั่ง eSIM ผ่าน Klook จะง่ายสุดๆ! จุดเด่นคือใช้ช่องทางจ่ายเงินแบบไทยที่คุ้นเคยได้ ไม่ต้องปวดหัวกับบัตรต่างประเทศ แถมยังรวมตั๋วต่างๆ เช่น JR Pass หรือตั๋วสวนสนุก ไว้ในแอปเดียว จัดการง่ายมาก

เหมาะกับ: คนไทยทุกคนที่อยากได้ความชัวร์ จ่ายเงินง่ายๆ แบบไม่ต้องปวดหัว
ดู Klook eSIM ญี่ปุ่น →

2. Airalo — แอปใช้ง่ายระดับโลก เหมาะกับมือใหม่

เริ่มต้น ~150 บาท

1 GB / 7 วัน — แพ็กเกจฮิต: 3 GB (~280฿) / 10 GB (~600฿)

  • แอปพลิเคชันใช้งานง่าย หน้าตาเป็นมิตร
  • รองรับเครือข่าย SoftBank & KDDI
  • เน็ตหมด เติมเงินเพิ่มระหว่างทริปได้เลย

Airalo เป็นแอป eSIM ยอดฮิตระดับโลก สแกน QR แล้วทำตามแอปได้ง่ายๆ จุดที่ต้องพิจารณาคือ ระบบจะตัดเงินเป็นสกุลต่างประเทศ (USD) บัตรเครดิตไทยบางใบอาจมีค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินเล็กน้อย

เหมาะกับ: คนที่มีบัตร Travel Card (เช่น YouTrip, Planet SCB) และไปทริปสั้นๆ 5–7 วัน

3. Sim Local — เน็ตไม่จำกัดแถมแชร์ได้

เริ่มต้น ~500 บาท

มีแพ็กเกจแบบ 7–30 วัน

  • ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัด (Unlimited)
  • แชร์ฮอตสปอตให้เครื่องอื่นได้
  • ใช้เครือข่าย AU (KDDI) สัญญาณแน่น

ข้อดีของ Sim Local คือได้เน็ตไม่จำกัด และสามารถแชร์ฮอตสปอตให้กับโน้ตบุ๊กหรือเพื่อนที่เดินทางด้วยกันได้สบายๆ

เหมาะกับ: Digital Nomad, คนที่ต้องทำงานไปด้วยเที่ยวไปด้วย, หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากแชร์เน็ตกัน

4. Holafly — เน็ตไม่จำกัด ไม่อยากนับโควต้า

เริ่มต้น ~650 บาท

แบบ 5 วันไม่จำกัด — มีให้เลือกตั้งแต่ 5–90 วัน

  • เน็ตใช้งานได้ไม่จำกัด
  • จับสัญญาณ KDDI
  • มีทีมซัพพอร์ต 24 ชม.
⚠️ ข้อควรรู้: แม้จะโฆษณาว่า “ไม่จำกัด” แต่ตามนโยบาย FUP หากใช้งานหนักเกินไปใน 1 วัน ความเร็วอาจถูกลดทอนลง และการแชร์ฮอตสปอตอาจมีข้อจำกัด
เหมาะกับ: คนที่ใช้เน็ตเยอะ สตรีมวิดีโอ ดูซีรีส์ ไม่อยากมานั่งกังวลเรื่องเน็ตหมด

5. Nomad — คุ้มค่าถ้าไปหลายประเทศ

เริ่มต้น ~160 บาท

1 GB / 7 วัน — มีแพ็กเกจใหญ่สุดถึง 50 GB

  • แพ็กเกจไซส์ใหญ่ (50GB) ราคาคุ้มค่า
  • ใช้งานได้ครอบคลุมกว่า 170+ ประเทศ

Nomad มีแพ็กเกจแบบ Regional ที่ใช้ร่วมกันได้หลายประเทศ เหมาะมากถ้าคุณมีแพลนไป ญี่ปุ่น → เกาหลี → ไต้หวัน ในทริปเดียวกัน

เหมาะกับ: คนที่วางแผนเที่ยวควบหลายประเทศในทริปเดียว

วิธีติดตั้ง eSIM — ง่ายมากแค่ 3 ขั้นตอน

1
สั่งซื้อ eSIM ออนไลน์
เลือกแพ็กเกจที่ต้องการ จ่ายเงินให้เรียบร้อย คุณจะได้รับ QR Code ทางอีเมลหรือในแอป ภายในไม่กี่นาที
2
สแกน QR Code (ก่อนขึ้นเครื่อง)
ไปที่ ตั้งค่าเซลลูลาร์ (หรือ “การเชื่อมต่อ” สำหรับ Android)เพิ่ม eSIM → แล้วสแกน QR Code ที่ได้มา (แนะนำให้ทำที่บ้านหรือที่สนามบินไทยก่อนบิน เพราะต้องใช้ WiFi)
3
เปิดใช้งาน (เมื่อถึงญี่ปุ่น)
พอเครื่องบินลงจอดที่ญี่ปุ่น → เข้าไปเปิดข้อมูลมือถือของ eSIM และ อย่าลืมเปิด “ดาต้าโรมมิ่ง” (Data Roaming) → รอสักครู่ เน็ตจะเชื่อมต่ออัตโนมัติ!
⚠️ 4 สิ่งที่ต้องเช็คก่อนซื้อ eSIM
1. เช็กว่าโทรศัพท์รองรับ eSIM (ดูว่ามีหมายเลข EID ในเครื่อง — iPhone XS/XR ขึ้นไป, Android รุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่รองรับ)
2. eSIM ส่วนใหญ่เป็น Data Only (โทรเบอร์ปกติไม่ได้ แต่โทรผ่าน LINE / WhatsApp ได้ปกติ)
3. ต้องมี WiFi ในการสแกนติดตั้ง QR Code ครั้งแรก
4. อย่าลืมเปิด Data Roaming ในหน้าตั้งค่าของซิมญี่ปุ่น มิฉะนั้นเน็ตจะไม่วิ่ง!

เลือก eSIM ยังไงให้เหมาะกับจุดหมาย

🗼 โตเกียว / โอซาก้า / เกียวโต (เมืองใหญ่)
→ ใช้เจ้าไหนก็เน็ตแรง! เพราะ SoftBank, DOCOMO และ KDDI ครอบคลุมทั่วถึง ถ้าเน้นจ่ายเงินง่าย แนะนำ Klook
⛰️ ฮาโกเน่ / นิกโก้ / ทาคายาม่า (ชนบท/ภูเขา)
→ หากออกนอกเมือง เครือข่าย KDDI (เช่น Sim Local หรือ Airalo) จะค่อนข้างเสถียรกว่า
❄️ ฮอกไกโด (ซัปโปโร / ฟุราโน่)
→ ในตัวเมืองสัญญาณดีทุกเจ้า แต่ถ้านั่งรถบัสข้ามเมือง พื้นที่กว้าง แนะนำแพ็กเกจที่รองรับ KDDI
🚄 ชินคันเซ็น (รถไฟหัวกระสุน)
→ ใช้งานได้ทุกเจ้า แต่เวลาวิ่งผ่านอุโมงค์ยาวๆ สัญญาณอาจมีตัดไปบ้างเป็นเรื่องปกติ
🔥 เคล็ดลับจากมุกและทาคุมิ: สั่งซื้อและติดตั้ง eSIM ล่วงหน้า 1–2 วันก่อนบิน เพื่อให้มีเวลาตั้งค่าแบบสบายๆ ไม่ต้องไปลนลานหน้าเกต!

อีกเรื่องที่ควรเตรียมคู่กับ eSIM คือแอปธนาคารค่ะ ใช้ eSIM แล้วจะรับ OTP ยังไง เอา K PLUS ไปสแกนจ่ายที่ญี่ปุ่นได้ไหม มุกตอบครบทุกธนาคารไว้ที่ แอปธนาคารไทยในญี่ปุ่น ใช้ได้ไหม? ค่ะ ส่วนถ้าไปถึงญี่ปุ่นแล้วเจอปัญหารับ OTP ไม่ได้ขึ้นมาจริง ๆ มีวิธีแก้ทีละขั้นอยู่ที่ วิธีแก้ eSIM ญี่ปุ่นรับ OTP ไม่ได้ ค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

❓ eSIM กับ Pocket WiFi อันไหนเวิร์คกว่ากัน?

ยุคนี้ eSIM สะดวกกว่าในเกือบทุกกรณี! ไม่ต้องพกเครื่องให้หนัก ไม่ต้องหาที่ชาร์จแบต ไม่ต้องกลัวลืมคืนให้โดนปรับเงิน แถมราคาเฉลี่ยมักถูกกว่า Pocket WiFi เหมาะกับทริปกลุ่มใหญ่ที่โทรศัพท์บางคนไม่รองรับ eSIM เท่านั้น

❓ ถ้าย้ายไปใช้ eSIM แล้ว จะรับ SMS OTP ของซิมไทยได้ไหม?

ได้สบายมาก! โทรศัพท์จะสแตนด์บายได้ 2 ซิมพร้อมกัน คุณสามารถใส่ซิมไทยไว้เพื่อรับ SMS (ห้ามถอดออก) และใช้เน็ตจาก eSIM ญี่ปุ่นพร้อมกันได้เลย

❓ ซื้อเน็ตกี่ GB ถึงจะพอ?

สำหรับทริป 5–7 วัน: แพ็กเกจ 3–5 GB ถือว่าเพียงพอสำหรับการดู Google Maps, แชท LINE, และลงรูป IG แต่ถ้าเป็นสายดู YouTube/TikTok แนะนำ 10 GB ขึ้นไป หรือแบบ Unlimited ไปเลย

สรุปสุดท้าย เลือกอะไรดี?

eSIMจุดเด่นที่สุดราคาเริ่มต้น
🥇 Klookจ่ายด้วยช่องทางที่คนไทยคุ้นเคย ง่ายสุด!~160 ฿
🥈 Airaloแอปใช้งานง่าย เหมาะกับมือใหม่~150 ฿
🥉 Sim Localเน็ตไม่จำกัด + แชร์ให้เพื่อนได้~500 ฿

เกี่ยวกับผู้เขียน — Tiaw Japan Expert

เว็บไซต์นี้ดูแลโดยบรรณาธิการชาวญี่ปุ่นที่อาศัยในญี่ปุ่นมานาน และเข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง ปัจจุบันอาศัยอยู่ในประเทศไทยกับภรรยาคนไทย จึงเข้าใจทั้งมุมมองของคนไทยและข้อมูลญี่ปุ่นที่แม่นยำ — เราตั้งใจเขียนคู่มือเที่ยวญี่ปุ่นที่คุณสามารถ “กลับไปเล่าให้เพื่อนฟังได้อย่างมั่นใจ”

🤔 ยังไม่แน่ใจว่าควรใช้ eSIM หรือเช่า Pocket WiFi~ เทียบให้ครบ 10 ข้อ พร้อมราคาจริง

อ่าน: eSIM vs Pocket WiFi ไปญี่ปุ่น 2026 เลือกอะไรดี~ →

💰 อยากประหยัดเน็ตให้คุ้มที่สุด? แค่ 3 GB ก็เที่ยวญี่ปุ่นได้ทั้งทริป!

อ่าน: eSIM ญี่ปุ่น แค่ 3 GB ก็พอ! รวมเคล็ดลับประหยัดเน็ต →

พร้อมไปลุยญี่ปุ่นกันหรือยัง?

สั่งซื้อ eSIM วันนี้ แล้วไปสนุกกับการวางแผนทริปต่อได้เลย!

✅ สั่งออนไลน์เสร็จในไม่กี่นาที ✅ จ่ายด้วยช่องทางที่คนไทยคุ้นเคย ✅ ถึงญี่ปุ่นปุ๊บ เปิดเน็ตใช้ได้ปั๊บ

ดู Klook eSIM ญี่ปุ่น (เริ่มต้น ~160 บาท) →

อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ: รีวิว teamLab Planets Tokyo

ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ กดติดตามเพจไว้นะคะ

มุกอัปเดตข่าวเที่ยวญี่ปุ่นให้ก่อนใคร ทั้งอีซิม ตั๋วรถไฟ เทศกาล ใบไม้เปลี่ยนสี และช่วงซากุระ ที่เพจ Tiaw Japan Expert ค่ะ

Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *