ยาห้ามนำเข้าญี่ปุ่น 2027: เช็กจากตัวยา ไม่ใช่ยี่ห้อ + พกได้กี่เม็ด

ยาห้ามนำเข้าญี่ปุ่น เช็กจากตัวยา ไม่ใช่ยี่ห้อ

สวัสดีค่ะ มุกเองนะคะ 💊 คำถามที่มุกเจอบ่อยที่สุดก่อนบินไปญี่ปุ่นคือ “ยาห้ามนำเข้าญี่ปุ่นมีอะไรบ้าง ทิฟฟี่เอาไปได้ไหม ยาประจำตัวพกไปได้กี่เม็ด” ค่ะ แต่ที่ค้นเจอมีแต่ลิสต์ยี่ห้อยาอเมริกันที่ก๊อปกันมาเป็นสิบปี บทความนี้จะพาเช็กแบบที่ใช้ได้จริง คือดูจากตัวยาบนกล่อง ไม่ใช่ยี่ห้อ พร้อมกฎที่ไม่ค่อยมีใครเล่า: เอายาไปญี่ปุ่นได้กี่เม็ด ถ้าเกินต้องทำอะไร และถ้าเอาไปไม่ได้ ซื้อที่ญี่ปุ่นยังไงค่ะ

📌 ก่อนอ่าน: สรุปจากเอกสารทางการของกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น (MHLW) และ อย. ไทย ตรวจสอบ ก.ย. 2026 กฎหมายยาเปลี่ยนได้ และมุกไม่ใช่แพทย์หรือนักกฎหมายค่ะ ยาในกลุ่ม “มีเงื่อนไข” ให้เช็กกับหน้าทางการที่แนบลิงก์ไว้ก่อนเดินทางเสมอ
บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) หากจองผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเล็กน้อยโดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มค่ะ

✅ เช็กยาของคุณใน 3 ขั้นตอน (ยี่ห้อไม่สำคัญ ดูที่ตัวยา)

กฎหมายญี่ปุ่นไม่ได้ห้าม “ทิฟฟี่” หรือ “ดีคอลเจน” แต่ห้ามตัวยาบางชนิด และจำกัดปริมาณของยาทุกชนิดค่ะ
ขั้นที่ 1 พลิกกล่องดู “ตัวยาสำคัญ” (Active ingredient) แล้วจดชื่อภาษาอังกฤษไว้
ขั้นที่ 2 เทียบกับ 3 กลุ่มสีในตาราง: แดง = ห้าม / เหลือง = ได้แต่มีเงื่อนไข / เขียว = ได้ตามปริมาณ
ขั้นที่ 3 นับปริมาณ: ยาหมอไม่เกิน 1 เดือน ยาทั่วไป 2 เดือน ยาทา-ยาดม 24 ชิ้นต่อชนิด

กลุ่มตัวยา / ประเภทต้องทำอะไร
🔴 ห้ามกัญชา, THC, CBD ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ญี่ปุ่น, กระท่อม, แอมเฟตามีน/เมทแอมเฟตามีนทิ้งไว้ที่ไทย ทุกรูปแบบ ทุกปริมาณ
🟡 มีเงื่อนไขซูโดอีเฟดรีนเข้มข้นสูง, โคเดอีนและยาเสพติดทางการแพทย์, ยานอนหลับ-คลายกังวล, ยาฉีด, ทรามาดอลมีปริมาณ เอกสาร หรือใบอนุญาตกำกับ (หัวข้อ “มีเงื่อนไข”)
🟢 ได้พาราเซตามอล, ยาแก้แพ้, ยาแก้หวัดสูตรฟีนิลเอฟรีน, ยาลดกรด, ยาสมุนไพร, ยาดม ยาหม่อง, วิตามินอยู่ในปริมาณที่กำหนด + เก็บในกล่องเดิม

ยาในกระเป๋าของคนไทยเกือบทั้งหมดอยู่กลุ่มเขียวค่ะ

🚫 ยาห้ามนำเข้าญี่ปุ่นแบบเด็ดขาด: กัญชา กระท่อม และสารกระตุ้น

กลุ่มนี้ไม่มีคำว่า “นิดหน่อย” ค่ะ และ 2 ใน 3 อย่างนี้ถูกกฎหมายในไทยแต่ผิดกฎหมายอาญาในญี่ปุ่น
กัญชาและ THC — ตั้งแต่ 12 ธันวาคม 2024 ญี่ปุ่นย้ายกัญชาไปอยู่ภายใต้กฎหมายยาเสพติด และเพิ่มความผิดฐาน “เสพ” โทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ส่วนการพกเข้าประเทศคือความผิดฐานนำเข้ายาเสพติด โทษจำคุก 1–10 ปี ผลิตภัณฑ์ CBD ถูกกฎหมายก็ต่อเมื่อ THC ตกค้างไม่เกินเกณฑ์ที่เข้มมาก (น้ำมัน/ผง 10 ppm, สารละลายน้ำเช่นเครื่องดื่ม 0.1 ppm, อื่น ๆ 1 ppm) ซึ่งของที่ขายในไทยแทบไม่มีใครรับประกัน
กระท่อม — ไทยปลดจากบัญชียาเสพติดตั้งแต่ปี 2021 แต่ญี่ปุ่นจัดสารสำคัญของกระท่อม (mitragynine, 7-hydroxymitragynine) เป็นสารต้องห้าม ใบสด น้ำต้ม แคปซูล ห้ามหมด
แอมเฟตามีนและเมทแอมเฟตามีน — รวมยาลดน้ำหนักจากคลินิกที่ไม่มีฉลากระบุตัวยา อย่าพกค่ะ

⚠️ กับดักที่ 1: กฎหมายไทยไม่ได้ตามคุณขึ้นเครื่อง กัมมี่กัญชา น้ำมัน CBD น้ำกระท่อม — ในไทยถูกกฎหมาย แต่ทันทีที่ถึงสนามบินญี่ปุ่นคือยาเสพติดค่ะ “ลืมไว้ในกระเป๋า” ใช้ไม่ได้ในชั้นศุลกากร ก่อนแพ็ค เช็กซองขนม กระเป๋าเครื่องสำอาง และบุหรี่ไฟฟ้าอีกรอบ

แล้วลิสต์ “11 ยาต้องห้าม” ที่แชร์กันล่ะ? ต้นทางคือรายชื่อยาแก้หวัดอเมริกัน (SUDAFED ฯลฯ) จากประกาศเก่าของ MHLW ไม่มีทิฟฟี่ ไม่มีดีคอลเจน และถูกยกมาเพราะมีซูโดอีเฟดรีนปริมาณสูง ซึ่งเป็นกลุ่ม “มีเงื่อนไข” ไม่ใช่ “ห้ามเด็ดขาด” ค่ะ

⚠️ มีเงื่อนไข: ซูโดอีเฟดรีน โคเดอีน ทรามาดอล ยานอนหลับ อินซูลิน

1) ซูโดอีเฟดรีน — ญี่ปุ่นจัดยาที่มีซูโดอีเฟดรีน (รวมอีเฟดรีน เมทิลอีเฟดรีน) เกิน 10% ของเม็ด เป็น “วัตถุดิบสารกระตุ้น” โดยหลักห้ามนำเข้า แต่ผู้ป่วยที่มีใบสั่งแพทย์ขออนุญาตล่วงหน้าได้ โดยส่งแบบฟอร์มพร้อมใบรับรองแพทย์ (ญี่ปุ่นหรืออังกฤษ ออกไม่เกิน 3 เดือน) รูปถ่ายกล่องยา และซองส่งกลับ ทางไปรษณีย์ไปยังกองปราบปรามยาเสพติดที่ดูแลสนามบินที่จะลง อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนบิน ไม่มีค่าธรรมเนียม และตัวผู้ป่วยต้องถือยาผ่านด่านเอง (รายละเอียดจากกองปราบปรามยาเสพติด MHLW) ส่วนยาที่มีไม่เกิน 10% ถือเป็นยาทั่วไป แต่มียากลุ่มนี้จริงให้ถามตามลิงก์ก่อนค่ะ

คนไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องกังวล เพราะตั้งแต่ 4 เมษายน 2012 อย. ไทยจัดยาทุกสูตรที่มีซูโดอีเฟดรีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 จ่ายได้เฉพาะโรงพยาบาลและคลินิก (ประกาศ อย.) ยาแก้หวัดตามร้านขายยาจึงใช้ฟีนิลเอฟรีนแทน ซึ่งไม่ใช่สารควบคุมในญี่ปุ่นค่ะ

2) โคเดอีนและยาเสพติดทางการแพทย์ (โคเดอีน มอร์ฟีน ฯลฯ) — ต้องขอใบอนุญาตนำเข้ายาเสพติดล่วงหน้าจากหน่วยงานเดียวกัน แม้แพทย์สั่งให้คุณเอง ข้อยกเว้นเดียว: ยาที่มีโคเดอีนไม่เกิน 1% และไม่มีสารเสพติดอื่นผสม ไม่นับเป็นยาเสพติด จึงไม่ต้องขอใบอนุญาตนี้ (แต่ยังเป็นยาหมอ พกไม่เกิน 1 เดือนพร้อมใบสั่งยา) ยาน้ำแก้ไอผสมโคเดอีนของไทยเป็นยาเสพติดประเภท 3 จ่ายเฉพาะสถานพยาบาล มีโคเดอีนราว 9–10 มก./5 มล. (ข้อมูล อย.) ที่ความเข้มข้นนี้ (≈0.2%) ฝั่งญี่ปุ่นไม่นับเป็นยาเสพติด แต่โคเดอีนแบบเม็ด (เช่น 15 มก. ต่อเม็ด ≈ 3%) เกิน 1% จึงต้องขอใบอนุญาตค่ะ

3) ยานอนหลับ ยาคลายกังวล ยาสมาธิ (วัตถุออกฤทธิ์)ไม่ต้องขอใบอนุญาตค่ะ ถ้าปริมาณตัวยารวมไม่เกินที่กฎกระทรวงกำหนดและไม่ใช่ยาฉีด พกได้โดยไม่ต้องมีเอกสาร เช่น Alprazolam 72 มก. / Zolpidem 300 มก. / Diazepam 1.2 ก. / Clonazepam 180 มก. (ตารางเต็มจากสำนักงานสาธารณสุขภูมิภาคคันโต-ชินเอ็ตสึ) ตัวเลขคือปริมาณตัวยารวม ไม่ใช่จำนวนเม็ด ถ้าเกินเกณฑ์หรือเป็นยาฉีด ต้องพกเอกสารจากแพทย์ที่ระบุว่าจำเป็นต้องใช้ และถ้าเกิน 1 เดือนต้องขอใบยืนยันนำเข้ายาเพิ่ม (หัวข้อถัดไป)
4) ทรามาดอล — ญี่ปุ่นไม่ได้จัดเป็นยาเสพติด แต่เป็น “ยาอันตรายที่ต้องมีใบสั่งแพทย์” จึงใช้กฎยาหมอ: ไม่เกิน 1 เดือน + ใบสั่งยา
5) อินซูลินและยาฉีด — ไม่เกิน 1 เดือน + ใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษ ใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องค่ะ

🇹🇭 อย่าลืมด่านฝั่งไทยก่อนออกเดินทาง อย. ไทยกำหนดว่า ยาเสพติดให้โทษประเภท 2–3 (รวมยาน้ำแก้ไอผสมโคเดอีน) ถ้าจะพกออกนอกประเทศต้องขออนุญาตจาก อย. ล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน (ไม่เกิน 90 วันของการใช้) ส่วนวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2–4 (ยานอนหลับ ยาคลายกังวล ยาที่มีซูโดอีเฟดรีน) พกได้ไม่เกิน 30 วันโดยมีใบสั่งยาหรือใบรับรองแพทย์ติดตัว ถ้า 31–90 วันต้องขออนุญาต ยื่นออนไลน์ที่ ระบบของ อย. (แนวทางฉบับเต็ม)
ตัวยาสถานะในญี่ปุ่นต้องทำอะไร
ซูโดอีเฟดรีน เกิน 10%วัตถุดิบสารกระตุ้นขอใบอนุญาตพกเข้า + ใบรับรองแพทย์ ทางไปรษณีย์ ≥ 2 สัปดาห์ก่อนบิน (ฟรี)
ซูโดอีเฟดรีน ไม่เกิน 10%ยาทั่วไปตามกฎปริมาณ
โคเดอีน มอร์ฟีน ฯลฯยาเสพติดขอใบอนุญาตนำเข้ายาเสพติดล่วงหน้า
โคเดอีน ไม่เกิน 1% ไม่มีสารเสพติดอื่นไม่นับเป็นยาเสพติดพกเป็นยาหมอ ≤ 1 เดือน + ใบสั่งยา
ยานอนหลับ / คลายกังวลวัตถุออกฤทธิ์ในเกณฑ์ = ไม่ต้องมีเอกสาร / เกินเกณฑ์หรือยาฉีด = พกใบรับรองแพทย์
ทรามาดอลยาอันตราย มีใบสั่งแพทย์≤ 1 เดือน + ใบสั่งยา
อินซูลิน / ยาฉีดยาหมอ≤ 1 เดือน + ใบรับรองแพทย์

📏 เอายาไปญี่ปุ่นได้กี่เม็ด: กฎปริมาณที่ไม่มีใครพูดถึง

ญี่ปุ่นให้พกยาเข้าประเทศเพื่อใช้เอง “โดยไม่ต้องขออนุญาต” เมื่ออยู่ในปริมาณนี้ค่ะ (หน้าทางการ MHLW / ฉบับภาษาอังกฤษ)

📏 3 ตัวเลขที่ต้องจำ
ยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ (รวมยาอันตราย) และยาฉีดชนิดฉีดเอง: ไม่เกิน 1 เดือน
ยาทั่วไปที่ซื้อเองได้: ไม่เกิน 2 เดือน ตามขนาดใช้บนฉลาก
ยาใช้ภายนอก (ยาทา ยาหม่อง ยาดม พลาสเตอร์) และเครื่องสำอาง: ไม่เกิน 24 ชิ้นต่อชนิด
นับเป็นเม็ด ไม่ใช่กล่อง: เพดาน 60 เม็ด พก 2 ขวด ขวดละ 40 เม็ด ถือว่าเกินค่ะ

กฎแบ่งด้วย “ประเภทยาตามกฎหมายญี่ปุ่น” ไม่ใช่ตามที่ไทยขายค่ะ ไม่แน่ใจให้ยึด 1 เดือนไว้ก่อน และมียาเฉพาะทางบางชนิดที่ต้องขอใบยืนยันแม้แค่ 1 เม็ด ยาหมอทั่วไปไม่อยู่กลุ่มนี้ค่ะ

ถ้าต้องพกเกิน (ไปเรียน ไปทำงาน มียาประจำตัว 3 เดือน) ต้องขอ “ใบยืนยันนำเข้ายา” (Import Confirmation) (เดิมเรียก Yakkan Shoumei) ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2025 ยื่นออนไลน์ผ่าน Import Confirmation System ของ MHLW (มีภาษาอังกฤษ) พร้อมแบบฟอร์มอธิบายตัวยาและใบสั่งยาหรือหนังสือรับรองแพทย์ที่ระบุชื่อผู้ป่วย ชื่อยา แพทย์และโรงพยาบาล เอกสารครบจะออกในราว 2–3 วันทำการ แต่ควรยื่นล่วงหน้า 2–3 สัปดาห์ค่ะ พิมพ์ใบยืนยันไปแสดงที่ศุลกากร

💊 ยาไทยยอดฮิต เช็กทีละตัว: ยาห้ามนำเข้าญี่ปุ่นมีในกระเป๋ายาคุณไหม

ยาที่คนไทยพกไปบ่อยที่สุด เทียบกับตัวยาที่ อย. ไทยลงทะเบียน (NDI ณ มิ.ย. 2025) และกฎญี่ปุ่นค่ะ ดูกล่องของคุณเองประกอบ

ยาตัวยาสำคัญเอาไปญี่ปุ่นได้ไหม
ทิฟฟี่ เดย์ (Tiffy Dey) เม็ด/ไซรัปพาราเซตามอล + คลอร์เฟนิรามีน + ฟีนิลเอฟรีน (ทะเบียน อย. 2A 113/59)🟢 ได้ ≤ 2 เดือน
ดีคอลเจน พริน (Decolgen Prin)พาราเซตามอล + คลอร์เฟนิรามีน + ฟีนิลเอฟรีน (2A 289/44)🟢 ได้
ยาแก้หวัดสูตรซูโดอีเฟดรีน (จากโรงพยาบาล)ซูโดอีเฟดรีน + อื่น ๆ🟡 ขึ้นกับ % — ถ้าไม่จำเป็นอย่าพก
ซาร่า ไทลินอล พาราเซตามอลทุกยี่ห้อ / ยาแก้แพ้พาราเซตามอล / คลอร์เฟนิรามีน ลอราทาดีน เซทิริซีน🟢 ได้
ยาดม ยาหม่อง ยานวดเมนทอล การบูร น้ำมันหอมระเหย🟢 ได้ ≤ 24 ชิ้นต่อชนิด
ฟ้าทะลายโจร ยาธาตุน้ำขาว ยาสมุนไพร วิตามินสมุนไพร / วิตามิน🟢 ได้ ≤ 2 เดือน
ยาน้ำแก้ไอผสมโคเดอีน (จากสถานพยาบาล)โคเดอีน ≈ 9–10 มก./5 มล.🟡 พกเท่าที่ใช้ + ใบสั่งยา
ยานอนหลับ ยาคลายกังวล / ทรามาดอลอัลปราโซแลม โซลพิเดม ฯลฯ / ทรามาดอล🟡 ได้ตามปริมาณ + ใบสั่งยา
กัมมี่ น้ำมัน คุกกี้กัญชา CBD น้ำกระท่อมTHC / CBD / mitragynine🔴 ห้ามทุกรูปแบบ

สรุปคือทิฟฟี่กับดีคอลเจนจากร้านขายยาไทยทุกวันนี้เอาไปได้ค่ะ ข่าวลือ “ทิฟฟี่ห้ามเข้าญี่ปุ่น” มาจากสูตรซูโดอีเฟดรีนเมื่อกว่าสิบปีก่อน ถ้ากล่องของคุณมีคำว่า Pseudoephedrine ให้ถือเป็นกลุ่มเหลืองค่ะ

🛒 เอาไปไม่ได้? ซื้อที่ญี่ปุ่นได้ง่ายกว่าที่คิด

ร้านอย่าง Matsumoto Kiyoshi, Sugi, Welcia, COSMOS หรือ Don Quijote มีแผนกยาครบค่ะ เทียบอาการจากตารางนี้ได้เลย

อาการยาญี่ปุ่นที่หาง่ายตัวยา / หมายเหตุ
ปวดหัว ปวดประจำเดือนEVE / Bufferin A / Loxonin Sไอบูโพรเฟน / แอสไพริน / ล็อกโซโพรเฟน (Loxonin S เป็นยาประเภทที่ 1 ต้องคุยกับเภสัชกร)
หวัด น้ำมูก ไอPabron / Lulu / Benza Blockสูตรผสม บางสูตรมีโคเดอีน เมทิลอีเฟดรีน หรือซูโดอีเฟดรีน (เช่น Benza Block L) — กินในทริปได้ แต่อย่าซื้อกลับไทย เพราะโคเดอีนเป็นยาเสพติดประเภท 3 และซูโดอีเฟดรีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ในไทย
แพ้ น้ำมูกจากภูมิแพ้Allegra FXเฟกโซเฟนาดีน ไม่ง่วง
ท้องเสีย / ท้องอืด กรดไหลย้อนSeirogan / Ohta’s Isan / Gaster 10สมุนไพรญี่ปุ่น / ผงลดกรด / ฟาโมทิดีน (ประเภทที่ 1)
เมารถ / แมลงกัด / ตาแห้งAnerone / Muhi / Rohtoยาเมารถ / ยาทาแก้คัน / ยาหยอดตา

ทาคุมิขอเสริมครับ — ป้ายบนชั้นจะเขียนประเภทยา “1 / 2 / 3” ประเภทที่ 1 ต้องให้เภสัชกรอธิบายก่อนขาย มักอยู่หลังเคาน์เตอร์ ส่วน 2 และ 3 หยิบเองได้ครับ อ่านญี่ปุ่นไม่ออกให้เปิดกล้องแอปแปลภาษาส่องช่อง “ส่วนประกอบ” หรือชี้อาการบนโปสเตอร์หน้าร้าน และซื้อครบ 5,000 เยนก่อนภาษีในร้านเดียวกันก็ขอคืนภาษีได้ครับ

โหลดคูปองฟรีไว้ก่อนค่ะ: คูปองส่วนลดร้านขายยา COSMOS และ คูปองส่วนลด Don Quijote ขั้นตอนคืนภาษีและระบบใหม่ที่เริ่ม 1 พ.ย. 2026 อยู่ใน คู่มือ Tax Refund ญี่ปุ่นฉบับเต็ม ส่วนพลาสเตอร์ หน้ากาก เกลือแร่ตอนดึก ร้านสะดวกซื้อมีครบ (ดู 7 ความลับร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่น)

🛂 ถ้าโดนตรวจเจอจะเกิดอะไรขึ้น + วิธีแพ็คยาให้ผ่านฉลุย

มุกไม่อยากให้เป็นบทความขู่ค่ะ ใบสำแดงศุลกากร (กระดาษหรือ Visit Japan Web) ทุกคนต้องยื่นอยู่แล้ว แต่ยาสามัญในกล่องเดิมตามปริมาณปกติไม่ต้องกรอกอะไรเป็นพิเศษ เดินช่องเขียวได้ตามปกติ ถ้าถูกสุ่มตรวจแล้วปริมาณเกินโดยไม่มีใบยืนยัน โดยทั่วไปจบที่ให้ทิ้งส่วนที่เกิน กันยาไว้ หรือส่งเรื่องให้สำนักงานสาธารณสุขภูมิภาค แต่กลุ่มแดงต่างออกไปโดยสิ้นเชิง: ยึด สอบสวน และอาจถูกดำเนินคดีอาญา ทริปจบทันที ถ้าเจ้าหน้าที่ถาม ให้ตอบตามจริงและแสดงกล่องกับใบสั่งยาค่ะ

⚠️ กับดักที่ 2: อย่าแกะยาออกจากกล่อง การแบ่งยาใส่ตลับ 7 วันหรือถุงซิป คือการเปลี่ยนยาที่อธิบายได้ให้เป็น “เม็ดสีขาวที่ไม่รู้ว่าคืออะไร” ค่ะ พกในแผงและกล่องเดิมพร้อมเอกสารกำกับยา ตลับยาค่อยแบ่งหลังผ่านด่านค่ะ

เช็กลิสต์แพ็คยา
☑ ยาทุกชนิดอยู่ในกล่องเดิม พร้อมแผงและเอกสารกำกับยา
☑ ยาหมอ: สำเนาใบสั่งยาหรือใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษ ระบุชื่อคุณ ชื่อยา ขนาด แพทย์/โรงพยาบาล
☑ ยาประจำตัวใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง กันกระเป๋าโหลดหาย
☑ ยาน้ำเกิน 100 มล. แยกออกมาแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัย
☑ มีอินเทอร์เน็ตพร้อมใช้ตั้งแต่ลงเครื่องเพื่อค้นชื่อยาและแปลฉลาก — eSIM ญี่ปุ่นราคาเริ่มต้นหลักสิบบาท ติดตั้งจากไทยได้เลย (เทียบยี่ห้อใน eSIM ญี่ปุ่นตัวไหนดี 2026)

❓ FAQ + 🎯 สรุป 3 ขั้นตอนก่อนแพ็คยา

Q: ทิฟฟี่เอาไปญี่ปุ่นได้จริงใช่ไหม?
A: ทิฟฟี่ เดย์ และดีคอลเจน พริน สูตรปัจจุบันใช้ฟีนิลเอฟรีน พกได้ไม่เกิน 2 เดือนค่ะ พลิกกล่องดูคำว่า Phenylephrine เพื่อยืนยัน

Q: ต้องสำแดงยาที่ศุลกากรไหม?
A: ใบสำแดงยื่นทุกคน แต่ยาสามัญปริมาณปกติไม่ต้องกรอกเป็นพิเศษค่ะ มีใบยืนยันหรือใบอนุญาตก็เตรียมแสดงเมื่อถูกถาม

Q: ใบสั่งยาต้องเป็นภาษาอังกฤษไหม?
A: กฎไม่บังคับ แต่เจ้าหน้าที่อ่านไทยไม่ได้ค่ะ ใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษจบเร็วที่สุด

✅ สรุป 3 ขั้นตอน
พลิกกล่องดูตัวยา — กัญชา กระท่อม สารกระตุ้น = ห้าม / ซูโดอีเฟดรีน โคเดอีน ยานอนหลับ ยาฉีด ทรามาดอล = มีเงื่อนไข / ที่เหลือ = ได้
นับปริมาณ — ยาหมอ 1 เดือน ยาทั่วไป 2 เดือน ยาทา-ยาดม 24 ชิ้น เกินให้ขอใบยืนยันออนไลน์ล่วงหน้า และเช็กด่านฝั่งไทยด้วย
แพ็คให้อธิบายได้ — กล่องเดิม + ใบสั่งยาภาษาอังกฤษ + กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง / ไม่แน่ใจ = ไม่พก ไปซื้อที่ญี่ปุ่นค่ะ

ยาห้ามนำเข้าญี่ปุ่นจริง ๆ มีไม่กี่กลุ่ม และเกือบทั้งหมดไม่ใช่ยาที่คนไทยพกไปแก้หวัดแก้ปวดค่ะ จัดการกลุ่มแดงกับวิธีแพ็คได้ ที่เหลือคือทริปสนุก ๆ ทริปแรกอ่าน คู่มือโอซาก้าสำหรับมือใหม่ และปัญหาหน้างานอื่น: eSIM รับ OTP ไม่ได้ทำยังไง และ แอปธนาคารไทยใช้ที่ญี่ปุ่นได้ไหม 🌸

ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ กดติดตามเพจไว้นะคะ

มุกอัปเดตข่าวเที่ยวญี่ปุ่นให้ก่อนใคร ทั้งอีซิม ตั๋วรถไฟ เทศกาล ใบไม้เปลี่ยนสี และช่วงซากุระ ที่เพจ Tiaw Japan Expert ค่ะ

Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *