สวัสดีค่ะ มุกเองนะคะ 🗻 ถ้าให้เลือกทริปไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวที่ “ครบเครื่อง” ที่สุดสักหนึ่งทริป มุกยกให้ เที่ยวฮาโกเน่ 1 วัน แบบไม่ต้องคิดนานเลยค่ะ ที่เดียวได้ครบทั้งนั่งรถไฟไต่ภูเขา ต่อกระเช้าลอยข้ามหุบเขาภูเขาไฟที่ควันพวยพุ่งจริง ๆ ล่องเรือโจรสลัดกลางทะเลสาบ ถ่ายรูปเสาโทริอิแดงริมน้ำ กินไข่ดำที่ตำนานบอกว่ากิน 1 ฟองอายุยืนขึ้น 7 ปี แล้วยังปิดท้ายด้วยออนเซ็นได้อีก (ฮาโกเน่ บางเว็บสะกดว่า ฮาโกเนะ คือที่เดียวกันค่ะ อยู่ห่างจากชินจูกุแค่ 75 นาทีเท่านั้น) บทความนี้มุกตั้งใจรวมทุกเรื่องที่ต้องตัดสินใจไว้จบในที่เดียว: ไปยังไง Hakone Freepass คุ้มจริงไหมเมื่อกดเครื่องคิดเลขดู เดินเส้นทางวนรอบยังไงไม่ให้เหนื่อยฟรี และที่หลายคนไม่เคยรู้ — ถ้ากระเช้าหยุดวิ่งกะทันหัน จะไปต่อยังไงให้ทริปไม่พังค่ะ
📌 บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) หากจองผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเล็กน้อยโดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มค่ะ
⚡ สรุปใน 30 วินาที: เที่ยวฮาโกเน่ 1 วัน ทำได้จริงไหม?
ทำได้จริงค่ะ ออกจากชินจูกุประมาณ 7 โมงเช้า วนครบรอบแบบไม่รีบ กลับถึงโตเกียวราว 1–2 ทุ่ม
งบต่อคน ประมาณ 10,000–12,000 เยน (≈ ฿2,060–2,470) รวมค่าเดินทางทั้งหมด ข้าวเที่ยง ไข่ดำ และของหวาน
Hakone Freepass คุ้มเมื่อ “วนครบรอบ” — ประหยัดราว 1,240 เยน แต่ขาดทุนหนักถ้าไปแค่จุดเดียวแล้วย้อนกลับทางเดิม (คำนวณละเอียดด้านล่างค่ะ)
จุดพลาดอันดับหนึ่ง คือกระเช้าโอวาคุดานิหยุดวิ่งได้ทั้งจากแก๊สภูเขาไฟและปิดซ่อมประจำปี — บทความนี้มีแผนสำรองให้ค่ะ
เงื่อนไขเดียวที่มุกขอคือ ออกให้เช้า ค่ะ ฮาโกเน่ไม่ใช่ที่เที่ยวจุดเดียว แต่เป็น “วงแหวน” ของยานพาหนะ 5 แบบที่ต่อกันพอดี: รถไฟภูเขา → เคเบิลคาร์ → กระเช้า → เรือ → รถบัส ถ้าเริ่มสาย ขบวนท้าย ๆ จะแน่นและบางช่วงต้องตัดจุดทิ้งค่ะ
🚄 ไปฮาโกเน่จากโตเกียวยังไงดี?
ประตูสู่ฮาโกเน่คือสถานี ฮาโกเน่-ยุโมโตะ (Hakone-Yumoto) ค่ะ เส้นหลักคือรถไฟ Odakyu จากชินจูกุ ซึ่งเลือกได้ 2 แบบ บวกทางลัดอีก 1 แบบสำหรับคนไม่อยากวางแผนเอง
| วิธีเดินทาง | เวลา | ราคาเที่ยวเดียว | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| โรแมนซ์คาร์ (Romancecar) ที่นั่งระบุ ตรงถึงยุโมโตะไม่ต้องเปลี่ยนขบวน | เร็วสุด 75 นาที | 2,470 เยน ≈ ฿508 (ค่าโดยสาร 1,270 + ค่าที่นั่งด่วนพิเศษ 1,200) | มาเที่ยวครั้งแรก อยากสบายและเร็ว |
| รถไฟธรรมดา เปลี่ยนขบวนที่โอดาวาระ | ราว 1 ชม. 50 นาที | 1,270 เยน ≈ ฿261 | สายประหยัด ไม่รีบ |
| ทัวร์บัสฟูจิ+ฮาโกเน่ รับจากโตเกียว | เต็มวัน | เริ่มต้น ≈ ฿1,535 ต่อคน (แล้วแต่แพ็กเกจ) | อยากเห็นทั้งฟูจิและฮาโกเน่ในวันเดียว ไม่อยากต่อรถเอง |
โรแมนซ์คาร์ต้องซื้อตั๋วที่นั่งล่วงหน้าค่ะ จองออนไลน์ได้ที่เว็บ Romancecar ของ Odakyu (มีภาษาอังกฤษ) รอบเช้าวันเสาร์-อาทิตย์และช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเต็มไวมาก มุกแนะนำจองทันทีที่แผนนิ่ง ส่วนใครที่อยากจบทั้งภูเขาไฟฟูจิและฮาโกเน่ในวันเดียวแบบมีคนพาไป ลองดู ทัวร์หนึ่งวันฟูจิ+ฮาโกเน่ (ศาลเจ้าฮาโกเน่ ทะเลสาบอาชิ โอวาคุดานิ) บน Klook ได้ค่ะ (ราคาเริ่มต้นประมาณ ฿1,535 ต่อคน ณ ก.ย. 2026) เหมาะกับคนที่ไม่อยากลุ้นเรื่องต่อรถ แต่แลกกับเวลาต่อจุดที่สั้นกว่าเที่ยวเอง

💰 Hakone Freepass คุ้มไหม? มาคำนวณกันชัด ๆ
Hakone Freepass คือบัตรเหมาของ Odakyu ที่รวม ตั๋วไป-กลับชินจูกุ⇄ฮาโกเน่ + ขึ้นยานพาหนะในฮาโกเน่ได้ไม่จำกัด ทั้งรถไฟภูเขา เคเบิลคาร์ กระเช้า เรือโจรสลัด และรถบัสในเขตที่กำหนด แถมส่วนลดร้านค้าและจุดท่องเที่ยวอีกหลายสิบแห่ง ราคาปัจจุบัน (ปรับล่าสุด ต.ค. 2025) เป็นแบบนี้ค่ะ
| ออกจาก | แบบ 2 วัน | แบบ 3 วัน |
|---|---|---|
| ชินจูกุ | 7,100 เยน ≈ ฿1,460 | 7,500 เยน ≈ ฿1,542 |
| โอดาวาระ (สำหรับคนใช้ JR Pass / ชินคันเซ็นมาลง) | 6,000 เยน ≈ ฿1,234 | 6,400 เยน ≈ ฿1,316 |
ทีนี้มากดเครื่องคิดเลขกันค่ะ ถ้า จ่ายแยกทุกต่อ ในเส้นทางวนรอบมาตรฐาน: รถไฟภูเขายุโมโตะ→โกระ 460 + เคเบิลคาร์ 430 + กระเช้า 2,000 + เรือโจรสลัด 1,700 + บัสกลับยุโมโตะ 1,210 = 5,800 เยน บวกตั๋วรถไฟชินจูกุไป-กลับอีก 2,540 รวมเป็น 8,340 เยน (≈ ฿1,715) เทียบกับ Freepass ชินจูกุ 7,100 เยน — พาสชนะ 1,240 เยน (≈ ฿255) แม้จะใช้แค่วันเดียวก็ตามค่ะ (ค่าที่นั่งโรแมนซ์คาร์ 1,200/เที่ยว จ่ายเพิ่มเท่ากันทั้งสองแบบ เลยไม่กระทบผลลัพธ์)
ซื้อได้ทั้งที่สถานีชินจูกุ หรือซื้อออนไลน์ล่วงหน้าเป็น e-pass ผ่าน Hakone Free Pass บน Klook (เริ่ม ฿1,427) ซึ่งสะดวกตรงที่เปิดในมือถือสแกนขึ้นได้เลยไม่ต้องต่อคิวแลกบัตรที่เคาน์เตอร์ค่ะ มีให้เลือกทั้งแบบ 2 วัน / 3 วัน และแบบพ่วงเส้นทางฟูจิ (Fuji Hakone Pass) หรือคามาคุระ (Hakone Kamakura Pass) สำหรับคนที่จะเที่ยวต่อเนื่องหลายโซน
🔄 เส้นทางวนครบรอบ: ตารางเที่ยวฮาโกเน่ 1 วัน แบบชั่วโมงต่อชั่วโมง
นี่คือแผนมาตรฐานที่มุกใช้เองค่ะ เดินตามเข็มนาฬิกา: ยุโมโตะ → โกระ → เขาโซอุนซัง → โอวาคุดานิ → โทเก็นได → ล่องเรือ → โมโตฮาโกเน่ → บัสกลับยุโมโตะ เวลาในตารางเผื่อคิวและเวลาเดินเล่นแล้วแบบหลวม ๆ ค่ะ
| เวลา | ทำอะไร | โน้ตจากมุก |
|---|---|---|
| 07:00 | โรแมนซ์คาร์ออกจากชินจูกุ | ซื้อกาแฟ+ขนมขึ้นไปกินบนรถได้ค่ะ |
| 08:25 | ถึงฮาโกเน่-ยุโมโตะ → ต่อรถไฟภูเขาไปโกระ | รถไฟสลับหัวไต่เขา (switchback) 3 ครั้ง นั่งฝั่งขวาวิวหุบเขาสวยกว่า |
| 09:20 | โกระ → เคเบิลคาร์ขึ้นเขาโซอุนซัง | 10 นาทีถึง ต่อแถวขึ้นกระเช้าเลย |
| 09:45 | กระเช้าข้ามหุบเขาไปโอวาคุดานิ | ช่วงข้ามสันเขาคือวิวที่ดีที่สุดของทริป วันฟ้าใสเห็นภูเขาไฟฟูจิด้วยค่ะ |
| 10:00–11:00 | โอวาคุดานิ: ไข่ดำ + จุดชมวิว | รายละเอียดหัวข้อถัดไป |
| 11:00 | กระเช้าลงไปโทเก็นได | ฝั่งนี้คนน้อยกว่า วิวทะเลสาบเปิดตลอดทาง |
| 11:30–12:10 | เรือโจรสลัดข้ามทะเลสาบอาชิ | ยืนหัวเรือถ่ายรูปได้ ลมแรงพกเสื้อกันลมนะคะ |
| 12:10–14:30 | โมโตฮาโกเน่: ข้าวเที่ยง + ศาลเจ้าฮาโกเน่ + เสาโทริอิริมน้ำ | คิวถ่ายรูปโทริอิช่วงบ่ายยาวมาก ถ้าอยากได้รูปสวยรีบไปต่อคิวก่อนกินข้าว |
| 14:30 | บัสกลับยุโมโตะ (ราว 35–40 นาที) | ทางโค้งเยอะ ใครเมารถง่ายกินยาก่อนขึ้น |
| 15:15–17:00 | ยุโมโตะ: ออนเซ็น / เดินกินของอร่อยถนนหน้าสถานี | ปิดท้ายแบบคนญี่ปุ่นค่ะ |
| 17:00–18:30 | โรแมนซ์คาร์กลับชินจูกุ | จองตั๋วขากลับไว้ตั้งแต่ตอนเช้าจะชัวร์สุด |
ทริคหลบคน: ช่วงไฮซีซั่น (เสาร์-อาทิตย์ของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี) คนส่วนใหญ่วนตามเข็มเหมือนกันหมด ทำให้กระเช้าฝั่งโซอุนซังแน่นช่วงสาย ๆ ค่ะ ถ้าถึงยุโมโตะแล้วเห็นคิวรถไฟภูเขายาวผิดปกติ ให้พลิกแผนเป็น วนทวนเข็ม: ขึ้นบัสไปโมโตฮาโกเน่ก่อน (ถ่ายโทริอิตอนเช้าที่คิวยังสั้น) → เรือ → กระเช้า → ลงมาจบที่โกระ-ยุโมโตะ ได้ครบทุกจุดเท่ากัน แต่สวนทางกับฝูงชนค่ะ
🌋 โอวาคุดานิ + ไข่ดำ: หุบเขานรกที่ต้องมีแผนสำรอง

โอวาคุดานิ (Owakudani) แปลตรงตัวว่า “หุบเขาเดือดใหญ่” เป็นปล่องภูเขาไฟที่ยังมีควันกำมะถันพวยพุ่งจริง ๆ ค่ะ ไฮไลต์ที่ทุกคนมาตามหาคือ ไข่ดำ (ไข่ต้มในบ่อน้ำแร่ภูเขาไฟจนเปลือกกลายเป็นสีดำสนิท) ตำนานท้องถิ่นบอกว่ากิน 1 ฟองอายุยืนขึ้น 7 ปี ขายเป็นถุง ถุงละ 4 ฟอง ราคาราว 500 เยน (≈ ฿103) ที่ร้าน Kurotamago-kan หน้าสถานีกระเช้า เปิดประมาณ 9:00–16:30 และวันคนเยอะ ขายหมดได้ตั้งแต่ช่วงบ่ายต้น ๆ — อีกเหตุผลที่มุกให้วนถึงโอวาคุดานิก่อนเที่ยงค่ะ เนื้อไข่ข้างในเป็นไข่ต้มธรรมดารสเข้มกว่านิดหน่อย ความสนุกอยู่ที่พิธีกรรมปอกเปลือกดำ ๆ ริมปล่องภูเขาไฟนี่แหละค่ะ

ใครอยากเดินเข้าใกล้ปล่องกว่าจุดชมวิวปกติ มีเส้นทางเดินธรรมชาติ (Owakudani Nature Trail) แบบมีเจ้าหน้าที่นำ วันละไม่กี่รอบ รอบละราว 40 นาที จำกัดจำนวนคน ต้องจองออนไลน์ล่วงหน้า ผ่านเว็บสมาคมท่องเที่ยวฮาโกเน่ และมีค่าเข้าร่วมคนละ 800 เยน (≈ ฿164) ค่ะ ปัจจุบันภูเขาไฟฮาโกเน่อยู่ที่ระดับเตือนภัย 1 (ระดับต่ำสุด ตั้งแต่ปลายปี 2019) เที่ยวได้ปกติ แต่ธรรมชาติของที่นี่คือ “เปลี่ยนได้” ค่ะ ซึ่งนำมาสู่กับดักข้อใหญ่ที่สุดของฮาโกเน่
① หยุดกะทันหันเพราะความเข้มข้นแก๊สภูเขาไฟหรือลมแรง — เกิดได้ทุกเมื่อไม่มีประกาศล่วงหน้า ② ปิดซ่อมบำรุงประจำปีทีละช่วงเส้นทาง — อันนี้ประกาศล่วงหน้าบนเว็บ ทั้งสองกรณีจะมีรถบัสวิ่งแทน (substitute bus) ระหว่างสถานีที่ปิด และ Freepass ใช้ขึ้นได้เลยค่ะ ทริปไม่จบแค่เปลี่ยนจากลอยฟ้าเป็นล้อยาง สิ่งที่ต้องทำมีข้อเดียว: เช้าวันเดินทาง เปิดหน้า Service Status ของเว็บ Hakonenavi เช็คก่อนออกจากที่พัก ถ้าเห็นคำว่ารถบัสแทนช่วงโซอุนซัง–โทเก็นได ให้เผื่อเวลาเพิ่มราว 30–40 นาที และสลับไปวนทวนเข็ม (ขึ้นเรือก่อน) จะเสียเวลารอน้อยกว่าค่ะ
🍁 ใบไม้เปลี่ยนสีที่ฮาโกเน่: ช่วงไหนสวยสุด

ฮาโกเน่เป็นเมืองภูเขา ใบไม้เลยไม่ได้เปลี่ยนสีพร้อมกันทั้งเมืองค่ะ ยิ่งสูงยิ่งเปลี่ยนก่อน ไล่จากยอดลงมาถึงยุโมโตะใช้เวลาเกือบเดือน ข้อดีคือหน้าต่างเวลาเที่ยวกว้าง: มาต้นพฤศจิกายนก็เจอสี มาต้นธันวาคมก็ยังทัน (ที่ยุโมโตะ) ตารางคร่าว ๆ ตามปีปกติเป็นแบบนี้ค่ะ
| โซน | ช่วงพีคโดยประมาณ (ปีปกติ) | จุดเด่น |
|---|---|---|
| เซนโกคุฮาระ | ปลาย ต.ค. – พ.ย. | ทุ่งหญ้าซูซูกิสีทองสุดลูกหูลูกตา |
| โกระ / โซนเขาสูง | กลาง – ปลาย พ.ย. | วิวจากรถไฟภูเขาและสวนโกระ |
| ทะเลสาบอาชิ / โมโตฮาโกเน่ | ต้น – กลาง พ.ย. | โทริอิแดง + ใบแดง + ทะเลสาบในเฟรมเดียว |
| ฮาโกเน่-ยุโมโตะ | ปลาย พ.ย. – ต้น ธ.ค. | จุดปิดฤดูใบไม้แดงของฮาโกเน่ |
เรื่องที่มุกอยากบอกตรง ๆ: ฮาโกเน่ไม่มีงานไลท์อัพใบไม้แดงตอนกลางคืนแบบเกียวโตนะคะ สวนและพิพิธภัณฑ์ปิดราว 16:30–17:00 ตามปกติ (ช่วงปลายปีจะมีไฟประดับฤดูหนาวของโครงการ “Hakone Sutekina Akari” แต่นั่นคือไฟตกแต่ง ไม่ใช่ไลท์อัพใบไม้ค่ะ) ฉะนั้นจัดตารางให้จบวิวสำคัญก่อนพระอาทิตย์ตกพอดีค่ะ ส่วนพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีของแต่ละปี สำนักพยากรณ์ญี่ปุ่นจะเริ่มประกาศราวเดือนกันยายน ใครวางแผนช่วงพีคแนะนำอ่านคู่กับ คู่มือใบไม้เปลี่ยนสีโตเกียว 2026 ของมุก (ฮาโกเน่ไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวได้ เลยจัดโปรแกรมต่อกันได้เลย) และถ้าอยากได้ภูเขาไฟฟูจิเต็ม ๆ ตา ดูเพิ่มที่ ทริปฟูจิไปเช้าเย็นกลับ ค่ะ
🍽 กินอะไรดีที่ฮาโกเน่

มื้อเที่ยงที่มุกยกให้เป็นตัวจบของฮาโกเน่คือ ข้าวหน้าสเต๊กเนื้ออาชิการะ ที่ร้าน “อิโรริยะ” (Iroriya) ใกล้สถานีมิยาโนชิตะค่ะ ร้านเล็กบรรยากาศเตาถ่าน เคยออกในซีรีส์ Kodoku no Gourmet ด้วยนะคะ เนื้ออาชิการะเป็นวัวท้องถิ่นของจังหวัดคานางาวะ เสิร์ฟบนข้าวร้อน ๆ พร้อมไข่ออนเซ็น ราคาราว 1,800 เยน (≈ ฿370) ร้านเปิดเที่ยงช่วง 11:30–14:00 และหยุดวันพฤหัสค่ะ ถ้าตารางวนรอบของคุณผ่านมิยาโนชิตะช่วงเที่ยงพอดี คุ้มแก่การแวะมาก ส่วนสายหวาน ที่มิยาโนชิตะยังมีเบเกอรี่เก่าแก่ “Picot” ที่ชอร์ตเค้กสตรอว์เบอร์รีขึ้นชื่อสุด ๆ ค่ะ
ทาคุมิขอเสริมครับ: สเต๊กดงของอิโรริยะให้ลองกิน 3 จังหวะครับ — คำแรกกินเปล่า ๆ ให้รู้รสเนื้อ คำที่สองแตะวาซาบิสดนิดเดียวให้หอมขึ้นจมูก แล้วครึ่งชามหลังค่อยเจาะไข่ออนเซ็นคลุกให้ทั่ว รสมันจะเปลี่ยนเป็นอีกจานหนึ่งเลยครับ
ปิดท้ายสายออนเซ็น: ถ้ามีเวลาครึ่งวันและมากับครอบครัว สวนน้ำออนเซ็น Yunessun (บัตรเริ่ม ฿267 บน Klook) คือออนเซ็นแบบใส่ชุดว่ายน้ำได้ มีบ่อไวน์แดง บ่อกาแฟ เด็ก ๆ ชอบมากค่ะ ส่วนสายแช่จริงจังแบบผู้ใหญ่ ออนเซ็น Tenseien ที่ยุโมโตะ (บัตร ฿438 บน Klook) มีบ่อกลางแจ้งบนดาดฟ้า เดินจากสถานียุโมโตะได้ เหมาะเป็นจุดสุดท้ายก่อนขึ้นโรแมนซ์คาร์กลับพอดีเป๊ะค่ะ
❓ คำถามที่พบบ่อย
Q1: ไม่ซื้อ Freepass เลยได้ไหม?
ได้ค่ะ ทุกยานพาหนะซื้อตั๋วแยกได้หมด เหมาะกับคนที่ไปแค่ 1–2 จุด แต่ถ้าวนครบรอบเมื่อไหร่ จ่ายแยกจะแพงกว่าพาสราว 1,240 เยน แถมต้องต่อคิวซื้อตั๋วใหม่ทุกต่อ รวม 5 ครั้งค่ะ
Q2: กระเช้าหยุดวิ่ง ทริปจบเลยไหม?
ไม่จบค่ะ มีรถบัสวิ่งแทนช่วงที่ปิดเสมอ และ Freepass ใช้ขึ้นได้ อ่านแผนสำรองในหัวข้อโอวาคุดานิด้านบนนะคะ
Q3: ต้องจองโรแมนซ์คาร์ล่วงหน้าแค่ไหน?
ที่นั่งเปิดขายล่วงหน้า 1 เดือน วันธรรมดาจองก่อน 2–3 วันมักยังทัน แต่เสาร์-อาทิตย์ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีควรจองทันทีที่รู้วันเดินทางค่ะ ทั้งขาไปรอบเช้าและขากลับรอบเย็นเลยนะคะ
Q4: เอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปด้วยได้ไหม?
ไม่แนะนำเลยค่ะ กระเช้าและเรือไม่มีที่วางกระเป๋าใหญ่ ใช้ตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญที่สถานียุโมโตะ หรือใช้บริการส่งกระเป๋าข้ามเมืองจากร้านสะดวกซื้อ (มุกเขียนวิธีไว้ใน 7 เคล็ดลับร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่น ค่ะ)
Q5: สัญญาณเน็ตบนเขาเป็นยังไง? ต้องเตรียมอะไร?
ตามสถานีและจุดท่องเที่ยวหลักมีสัญญาณปกติค่ะ แต่ช่วงกระเช้าข้ามหุบเขาอาจหลุดเป็นช่วง ๆ แนะนำโหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้ก่อน และถ้ายังไม่ได้เลือก eSIM อ่าน เปรียบเทียบ eSIM ญี่ปุ่น ก่อนบิน — สำคัญมาก: ตั้งค่าแอปธนาคารให้รับ OTP ได้ก่อนออกจากไทย (วิธีแก้ OTP ไม่เข้า) ค่ะ
Q6: ใช้ Suica จ่ายในฮาโกเน่ได้ไหม?
รถไฟภูเขาและบัสส่วนใหญ่แตะ Suica ได้ค่ะ แต่ถ้าซื้อ Freepass แล้วก็แทบไม่ต้องแตะเลย Suica เอาไว้จ่ายร้านสะดวกซื้อกับตู้กดน้ำพอ ใครยังไม่มีในมือถือ ดูวิธีทำที่ คู่มือ Suica บน iPhone ค่ะ
ทริปวงแหวนหนึ่งวันที่ได้ทั้งภูเขา ทะเลสาบ ภูเขาไฟ และออนเซ็น — ฮาโกเน่ให้ครบขนาดนี้ในราคาพาสใบเดียวจริง ๆ ค่ะ ใครไปมาแล้วเจออะไรเด็ด หรือติดตรงไหนวางแผนไม่ลงตัว คอมเมนต์มาเล่าหรือมาถามมุกได้เลยนะคะ แล้วเจอกันที่ฮาโกเน่ค่ะ 🎏
