สวัสดีค่ะ มุกเองนะคะ 🛍 ช่วงนี้มีข่าวใหญ่ที่สายช้อปญี่ปุ่นต้องรู้ก่อนใครค่ะ — ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ระบบ Tax Refund ญี่ปุ่น จะเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี จากเดิมที่เรายื่นพาสปอร์ตแล้วร้านหักภาษี 10% ให้ตรงแคชเชียร์เลย กลายเป็นระบบ “จ่ายเต็มราคารวมภาษีก่อน แล้วค่อยขอคืนภาษีญี่ปุ่นตอนจะบินกลับ” ใครมีแพลนไปญี่ปุ่นปลายปีนี้หรือปีหน้า บทความนี้มุกสรุปให้จบในที่เดียวค่ะ: อะไรเปลี่ยนบ้าง ทริปของคุณอยู่ฝั่งไหนของวันที่ 1 พ.ย. ต้องเตรียมอะไร แล้วที่สำคัญที่สุด — เงินภาษีของเราจะกลับมาทางไหน
📌 บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) หากจองผ่านลิงก์ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเล็กน้อยโดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มค่ะ
📊 Tax Refund ญี่ปุ่น เปลี่ยนยังไง? ทริปคุณอยู่ฝั่งไหนของ 1 พ.ย.
หัวใจของการเปลี่ยนแปลงคือ “จังหวะที่เราได้ส่วนลด” ค่ะ ระบบเดิมเรียกว่า Tax-Free คือหักภาษีทันทีที่ร้าน ส่วนระบบใหม่เป็นแบบเดียวกับยุโรปหรือเกาหลี คือจ่ายเต็มก่อนแล้วค่อยได้คืนทีหลัง มุกทำตารางเทียบให้เห็นชัด ๆ ค่ะ
| หัวข้อ | ระบบเดิม (ถึง 31 ต.ค. 2026) | ระบบใหม่ (ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026) |
|---|---|---|
| จ่ายที่ร้าน | ราคาไม่รวมภาษี = ถูกลงทันที | จ่ายเต็มราคารวมภาษี 10% |
| ได้ส่วนลดเมื่อไหร่ | ตรงแคชเชียร์ / เคาน์เตอร์ Tax-Free | หลังผ่านจุดยืนยันของศุลกากรตอนออกนอกประเทศ |
| ถุงซีลสินค้าสิ้นเปลือง | มี ห้ามเปิดจนกว่าจะออกนอกประเทศ | ยกเลิก |
| เพดานสินค้าสิ้นเปลือง 500,000 เยน/วัน/ร้าน | มี | ยกเลิก ซื้อได้ไม่จำกัด |
| แยกประเภทสินค้าทั่วไป/สิ้นเปลือง | แยก นับยอดแยกกัน | ยกเลิก นับรวมกันได้ |
| ที่สนามบิน | แทบไม่ต้องทำอะไร | ต้องผ่านขั้นตอนยืนยัน แล้วรอรับเงินคืน |
แล้วทริปของคุณโดนไหม? ดูง่าย ๆ แบบนี้ค่ะ ถ้าซื้อของและบินกลับภายใน 31 ต.ค. 2026 = ใช้ระบบเดิมทั้งทริป สบายใจได้ แต่ถ้าซื้อของตั้งแต่ 1 พ.ย. เป็นต้นไป = เข้าระบบใหม่ทันที ใครวางแพลนเที่ยวญี่ปุ่นช่วงปีใหม่ 2027 อยู่ ทริปนั้นคือระบบใหม่เต็มตัวแน่นอนค่ะ เตรียมตัวตามบทความนี้ได้เลย
✅ ใครขอ Tax Refund ญี่ปุ่น ได้บ้าง + ต้องซื้อเท่าไหร่ถึงเข้าเกณฑ์
ข่าวดีคือเกณฑ์พื้นฐานสำหรับนักท่องเที่ยวไทยแทบไม่เปลี่ยนค่ะ และบางอย่างดีขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะเพดานถูกยกเลิกไปเลย มุกสรุปเกณฑ์ระบบใหม่เป็นตารางค่ะ
| เกณฑ์ | ระบบใหม่ (1 พ.ย. 2026) |
|---|---|
| ผู้มีสิทธิ | นักท่องเที่ยวต่างชาติพำนักระยะสั้น (คนไทยถือวีซ่าท่องเที่ยว/ยกเว้นวีซ่า = ได้) |
| ยอดขั้นต่ำ | 5,000 เยนไม่รวมภาษี (ประมาณ ฿1,040) ต่อร้านต่อวัน — มองราคาป้ายรวมภาษีคือราว 5,500 เยน |
| เพดานสูงสุด | ไม่มี (เดิมสินค้าสิ้นเปลืองจำกัด 500,000 เยน ≈ ฿104,000) |
| ประเภทสินค้า | นับรวมกันได้หมด ทั้งเครื่องสำอาง ขนม ยา เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า |
| ของราคาแรงเกิน 1,000,000 เยน (≈ ฿208,000) | ร้านต้องบันทึกข้อมูลระบุตัวสินค้า เช่น หมายเลขเครื่อง/serial number |
| เอกสาร | พาสปอร์ตตัวจริง หรือ QR Code จากแอป Visit Japan Web |
| เงื่อนไขสำคัญ | ต้องนำสินค้าออกนอกญี่ปุ่นภายใน 90 วันนับจากวันซื้อ และผ่านการยืนยันของศุลกากร |
จุดที่มุกอยากให้สังเกตคือยอดขั้นต่ำ 5,000 เยนแบบ “ไม่รวมภาษี” ค่ะ ตอนเดินในร้าน ราคาป้ายส่วนใหญ่จะแสดงแบบรวมภาษีแล้ว เพราะฉะนั้นจำง่าย ๆ ว่า ตะกร้ารวมประมาณ 5,500 เยนขึ้นไปต่อร้านต่อวัน ถึงจะเข้าเกณฑ์ และตั้งแต่ 1 พ.ย. เป็นต้นไป ขนม 2,000 เยน + ครีมกันแดด 1,500 เยน + ร่มพับ 2,000 เยน ที่ร้านเดียวกันก็นับรวมถึงเกณฑ์ได้แล้ว ไม่ต้องแยกหมวดเหมือนเมื่อก่อนค่ะ
🛍 ร้านไหนขอคืนได้ + วิธีดูป้าย Tax-Free
ไม่ใช่ทุกร้านในญี่ปุ่นที่เข้าร่วมระบบนี้นะคะ เฉพาะร้านที่ได้รับอนุญาตเป็น “ร้านค้าปลอดภาษีสำหรับนักท่องเที่ยว” เท่านั้น วิธีดูง่ายที่สุดคือมองหาโลโก้ “Japan Tax-Free Shop” (รูปเครื่องหมายถูกสีแดงบนพื้นขาว) ที่หน้าร้านหรือหน้าเคาน์เตอร์ค่ะ กลุ่มที่เข้าร่วมแทบทั้งหมดคือดรักสโตร์เชนใหญ่ (Matsumoto Kiyoshi, COSMOS, Sugi), ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า (BicCamera, Yodobashi), ห้างสรรพสินค้า และแน่นอน Don Quijote ส่วนร้านสะดวกซื้อทั่วไปส่วนใหญ่ไม่เข้าร่วม ใครสายตุนขนมเซเว่นลองอ่านเทคนิคช้อปร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่นประกอบ จะได้วางแผนถูกว่าอะไรควรซื้อที่ไหนค่ะ
สายดรักสโตร์มุกมีของแถมค่ะ ร้าน COSMOS มีคูปองส่วนลดร้าน Discount DrugStore COSMOS (ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย) ใช้ได้ทั้งโอซาก้า โตเกียว ฟุกุโอกะ ได้ส่วนลดเพิ่ม 5–9% ตามยอดซื้อ ทับบนส่วนลดภาษีอีกชั้น ส่วนสาย Don Quijote ก็มีคูปองส่วนลด Don Quijote สำหรับนักท่องเที่ยว (ฟรีเช่นกัน รีวิว 4.7 กว่าสามพันแปดร้อยรายการ) ลดเพิ่ม 5–7% กดเก็บไว้ในมือถือก่อนบิน ใช้เวลาไม่ถึงนาทีค่ะ
ทาคุมิขอเสริมครับ — ร้านใหญ่ ๆ อย่าง Don Quijote หรือ BicCamera จะมีเคาน์เตอร์ Tax-Free แยกจากแคชเชียร์ปกติ ให้จ่ายเงินที่แคชเชียร์ก่อนแล้วถือใบเสร็จไปทำเรื่องที่เคาน์เตอร์นั้นภายในวันเดียวกันครับ ช่วงเย็นคิวจะยาวมากโดยเฉพาะสาขาชิบูย่ากับชินจูกุ ถ้าตั้งใจซื้อเยอะ แนะนำไปช่วงเปิดร้านตอนเช้าหรือหลังสี่ทุ่ม คิวสั้นกว่ากันเป็นสิบเท่าครับ และอย่าลืมพกพาสปอร์ตตัวจริงเสมอ สำเนาหรือรูปถ่ายใช้ไม่ได้ครับ
🛄 ขั้นตอนขอคืนภาษีญี่ปุ่นที่สนามบิน ทีละสเต็ป
นี่คือส่วนที่เปลี่ยนเยอะที่สุดค่ะ จากเดิมที่แทบไม่ต้องทำอะไรที่สนามบิน ระบบใหม่ย้ายหัวใจของการคืนภาษีมาไว้ที่ “ตอนออกนอกประเทศ” ทั้งหมด ขั้นตอนตามลำดับเป็นแบบนี้ค่ะ
1. เผื่อเวลาเพิ่มอย่างน้อย 30–60 นาที — ช่วงแรกของระบบใหม่ทุกคนยังงง ๆ กันทั้งสนามบิน คิวจะยาวแน่นอนค่ะ
2. ยังไม่ต้องรีบโหลดกระเป๋า — สินค้าที่ขอคืนภาษีต้องพร้อมให้ศุลกากรตรวจถ้าถูกขอ เก็บของชิ้นสำคัญไว้ในกระเป๋าถือหรือหยิบง่ายก่อนถึงจุดยืนยัน
3. ไปที่จุดยืนยันการนำสินค้าออกนอกประเทศ — ระบบเชื่อมข้อมูลการซื้อของเรากับพาสปอร์ตแบบอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว (ร้านส่งข้อมูลเข้าระบบของกรมสรรพากรญี่ปุ่นตั้งแต่ตอนซื้อ)
4. แสดงพาสปอร์ต หรือ QR จาก Visit Japan Web — สแกน ยืนยัน เสร็จ
5. รับเงินคืนตามช่องทางของแต่ละร้าน — หัวข้อถัดไปมุกจะเจาะเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะเป็นจุดที่คนจะพลาดเยอะที่สุดค่ะ
สำหรับเน็ตที่สนามบิน ทั้งการเปิด Visit Japan Web และเช็กสถานะเงินคืน มือถือต้องออนไลน์ตลอดนะคะ ใครยังไม่มีแพลนเน็ต มุกแนะนำ eSIM Softbank 5G / DOCOMO เริ่มต้น ฿11 สแกน QR ติดตั้งได้ก่อนขึ้นเครื่อง ถึงญี่ปุ่นปุ๊บใช้ได้เลยค่ะ ส่วนตำแหน่งเครื่อง/เคาน์เตอร์ยืนยันของแต่ละสนามบิน (นาริตะ ฮาเนดะ คันไซ) ตอนนี้ทางการญี่ปุ่นยังไม่ประกาศรายละเอียดค่ะ มุกจะกลับมาอัปเดตบทความนี้ทันทีหลังระบบเริ่มจริง 1 พ.ย. พร้อมรีวิวขั้นตอนจริงหน้างานให้เลย
💴 เงินคืนจะกลับมาทางไหน? จุดที่คนจะพลาดมากที่สุด
นี่คือเรื่องที่มุกอยากให้ทุกคนจำจากบทความนี้ที่สุดค่ะ: กฎหมายญี่ปุ่นไม่ได้กำหนดวิธีคืนเงินไว้เลย แต่ละร้านเลือกเองว่าจะคืนทางไหน — เงินสดที่เคาน์เตอร์ในสนามบิน คืนเข้าบัตรเครดิตใบที่ใช้จ่าย โอนเข้าบัญชี หรือผ่านแอปของผู้ให้บริการคืนภาษี และร้านจำนวนมากจะจ้างบริษัทตัวกลางดำเนินการ ซึ่งอาจมีหักค่าธรรมเนียมด้วย แปลว่าประสบการณ์ของเราจะต่างกันไปตามร้านที่ซื้อ ซื้อ 5 ร้าน อาจได้เงินคืน 5 แบบ 5 จังหวะเวลาค่ะ
มีอีกสองผลพลอยได้ที่หลายคนยังไม่ทันคิดค่ะ ข้อแรก เพราะเราต้องจ่ายเต็มราคารวมภาษีไปก่อน วงเงินบัตรหรือเงินสดที่ต้องเตรียมจะบวกขึ้นราว 10% ทั้งทริป ใครเคยวางงบช้อป 30,000 บาท รอบนี้ต้องเผื่อสภาพคล่องเป็น 33,000 แล้วค่อยได้ 3,000 คืนทีหลัง ลองรีเช็กแผนการเงินกับคู่มือวิธีจ่ายเงินในญี่ปุ่นฉบับสมบูรณ์ดูค่ะ ข้อสอง ถ้าเงินคืนมาทางบัญชีหรือบัตร เราต้องเช็กยอดจากมือถือที่ญี่ปุ่นหรือหลังกลับไทยได้คล่อง ๆ ใครยังไม่มั่นใจว่าแอปธนาคารไทยจะใช้ที่ญี่ปุ่นได้ไหม อ่านแอปธนาคารไทยในญี่ปุ่น ใช้ได้ไหม ที่มุกเขียนไว้ละเอียดมากก่อนเลยค่ะ
⚠️ กลับถึงไทยยังมีอีกด่าน — ศุลกากรไทยกับเพดาน 20,000 บาท
เรื่องนี้แทบไม่มีใครพูดถึงค่ะ แต่มุกว่าสำคัญกว่าฝั่งญี่ปุ่นอีก: ระบบใหม่ยกเลิกเพดานฝั่งญี่ปุ่นก็จริง ซื้อเท่าไหร่ก็ขอคืนภาษีได้หมด แต่ฝั่งไทยมีเพดานของตัวเองรออยู่ กรมศุลกากรไทยกำหนดว่าของใช้ส่วนตัวที่นำติดตัวเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องเสียอากร ต้องมีมูลค่ารวมไม่เกิน 20,000 บาท (ราว 96,000 เยน) พร้อมเหล้าไม่เกิน 1 ลิตร และบุหรี่ไม่เกิน 200 มวน เกินจากนี้ตามหลักต้องสำแดงที่ช่องแดงและเสียภาษีนำเข้าตามประเภทสินค้า บวกภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% ค่ะ
อีกด่านที่คนลืม: ยาบางตัวหิ้วกลับไม่ได้แม้จะเสียภาษีแล้ว ยาแก้หวัดญี่ปุ่นบางสูตรมีโคเดอีนหรือซูโดอีเฟดรีน ซึ่งไทยจัดเป็นยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ ดูวิธีเช็กจากตัวยาได้ใน ยาห้ามนำเข้าญี่ปุ่น เช็กจากตัวยา ไม่ใช่ยี่ห้อ ค่ะ
❓ FAQ คำถามที่ถูกถามบ่อย
Q: ซื้อของแบบ Tax-Free เดิมวันที่ 31 ต.ค. แล้วบินกลับ 2 พ.ย. ต้องทำอะไรเพิ่มไหม?
A: ไม่ต้องค่ะ ของที่ทำเรื่องแบบเดิมเสร็จแล้วถือว่าจบตามเงื่อนไขเดิม แค่ปฏิบัติตามกติกาเดิมจนออกนอกประเทศ (เช่น ไม่เปิดถุงซีล) ระบบใหม่ใช้กับของที่ซื้อตั้งแต่ 1 พ.ย. เท่านั้น
Q: เงินคืนจะได้เมื่อไหร่?
A: แล้วแต่ช่องทางของร้านค่ะ เงินสดที่สนามบินคือได้ทันที ส่วนคืนเข้าบัตรหรือโอนอาจใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ นี่คือเหตุผลที่ต้องถามร้านตั้งแต่ตอนซื้อ
Q: ใบเสร็จทิ้งได้ไหม?
A: เก็บทุกใบจนกว่าจะผ่านด่านและได้เงินคืนครบค่ะ ทั้งฝั่งญี่ปุ่นและเผื่อสำแดงฝั่งไทย
Q: ถุงซีลถูกยกเลิกแล้ว แปลว่าแกะขนมกินระหว่างทริปได้เลยใช่ไหม?
A: ข้อนี้ระวังค่ะ ถุงซีลหายไปจริง แต่หน้าที่ “นำสินค้าออกนอกประเทศ” ยังอยู่ครบ ถ้ากินหรือใช้หมดในญี่ปุ่น สินค้าชิ้นนั้นไม่ถูกนำออกนอกประเทศ = ไม่ได้เงินภาษีคืนส่วนนั้น และถ้าศุลกากรขอดูของแล้วไม่มีให้ดู อาจโดนเรียกเก็บภาษีเต็มค่ะ ของที่ตั้งใจกิน/ใช้ในทริป จ่ายราคาปกติไปเลยง่ายกว่า
Q: รวมบิลกับเพื่อนหรือครอบครัวให้ถึง 5,000 เยนได้ไหม?
A: ไม่ได้ค่ะ สิทธิผูกกับพาสปอร์ตของผู้ซื้อเป็นรายคน ใครอยากถึงเกณฑ์ให้รวมของตัวเองในร้านเดียววันเดียวแทน
Q: ของที่ขอคืนภาษีเอาใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่องได้ไหม?
A: หลักคือต้องพร้อมแสดงต่อศุลกากรถ้าถูกขอค่ะ แนวปฏิบัติเป๊ะ ๆ ของแต่ละสนามบิน (โหลดก่อนหรือหลังจุดยืนยัน) ยังรอประกาศอย่างเป็นทางการ ระหว่างนี้ปลอดภัยสุดคือของมูลค่าสูงถือขึ้นเครื่อง มุกจะอัปเดตแนวทางจริงหลัง 1 พ.ย. ค่ะ
🎯 สรุป + เช็กลิสต์ก่อนบิน
สรุปสั้น ๆ สามบรรทัดค่ะ: หนึ่ง ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026 Tax Refund ญี่ปุ่น เปลี่ยนเป็น “จ่ายเต็มก่อน คืนทีหลัง” ยื่นเรื่องตอนออกนอกประเทศ สอง เกณฑ์ 5,000 เยน (ไม่รวมภาษี) ต่อร้านต่อวันยังอยู่ แต่เพดานและถุงซีลถูกยกเลิก สาม จุดที่ต้องโฟกัสคือ “เงินคืนมาทางไหน” กับ “เพดาน 20,000 บาทฝั่งไทย” สองเรื่องนี้แหละที่จะแยกคนช้อปเก่งกับคนโดนกินฟรี ๆ ค่ะ
☑ พกพาสปอร์ตตัวจริงตลอดเวลาช้อป
☑ ติดตั้ง Visit Japan Web + เก็บ QR ไว้พร้อมใช้
☑ เผื่อวงเงิน/เงินสดเพิ่ม ~10% เพราะต้องจ่ายเต็มก่อน
☑ ถามร้านทุกครั้ง: เงินคืนทางไหน เมื่อไหร่ ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่
☑ เก็บใบเสร็จทุกใบจนจบทริป
☑ เผื่อเวลาที่สนามบินเพิ่ม 30–60 นาที
☑ คุมยอดหิ้วกลับไม่ให้เกิน 20,000 บาท หรือเตรียมสำแดงช่องแดง
ใครวางแผนทริปปลายปีอยู่ อ่านต่อได้เลยที่คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นปีใหม่ 2027 ส่วนเรื่องการเดินทางในเมือง คู่มือ Suica ฉบับคนไทยช่วยได้เยอะค่ะ แล้วพอระบบใหม่เริ่มจริง 1 พ.ย. มุกจะกลับมาเล่าขั้นตอนหน้างานจริงพร้อมรูปให้ดูกันชัด ๆ อีกรอบ ฝากติดตามด้วยนะคะ 🌸


ใส่ความเห็น