ทัวร์ฟุราโนะวันเดียวจากซัปโปโร: ทุ่งลาเวนเดอร์ + บ่อน้ำสีฟ้า 5 จุดห้ามพลาด ไม่ต้องขับรถ 🌸

Written by

in

ลองนึกภาพว่าคุณก้าวลงจากรถบัส แล้วกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของลาเวนเดอร์ลอยมาแตะปลายจมูก ก่อนที่สายตาจะทันมองเห็นทุ่งสีม่วงด้วยซ้ำ… นี่คือความรู้สึกแรกที่หลายคนพูดถึงเมื่อมาถึงฟุราโนะในฤดูร้อน

ฟุราโนะ (Furano) คือหัวใจของฮอกไกโดในหน้าร้อน ดินแดนที่เนินเขาทั้งผืนถูกย้อมด้วยสีม่วงของลาเวนเดอร์ บ่อน้ำสีฟ้ามหัศจรรย์ และทุ่งดอกไม้เจ็ดสีที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา บทความนี้ Tera จะพาคุณไปรู้จัก 5 จุดห้ามพลาดของทัวร์ฟุราโนะวันเดียวจากซัปโปโร พร้อมเจาะลึกความจริงเรื่องช่วงเวลาที่ดอกบาน และเหตุผลว่าทำไม “การไม่ต้องขับรถเอง” ถึงช่วยให้ทริปของคุณผ่อนคลายกว่าที่คิด

ฟุราโนะอยู่ที่ไหน? และทำไม “เดือนกรกฎาคม” คือช่วงเวลาทอง

ฟุราโนะตั้งอยู่เกือบใจกลางเกาะฮอกไกโด ห่างจากซัปโปโร (Sapporo) ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 2 ชั่วโมงครึ่งโดยรถยนต์ พื้นที่แถบนี้เต็มไปด้วยเนินเขา ไร่นา และฟาร์มดอกไม้ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของหน้าร้อนฮอกไกโด

หัวใจสำคัญคือ “ช่วงเวลา” ลาเวนเดอร์ที่ฟุราโนะจะเริ่มผลิบานปลายเดือนมิถุนายน และเข้าสู่ช่วงพีคที่สวยที่สุดในต้นถึงกลางเดือนกรกฎาคม หลังจากนั้นราวต้นเดือนสิงหาคม ดอกลาเวนเดอร์จำนวนมากจะถูกเก็บเกี่ยว ทำให้ทุ่งสีม่วงค่อย ๆ หายไป

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณอยากเห็น “ทะเลลาเวนเดอร์” เต็มผืน ช่วงต้นถึงกลางกรกฎาคมคือคำตอบ นี่จึงเป็นทริปที่ “เวลา” สำคัญพอ ๆ กับ “สถานที่”

ไฮไลต์ #1: ฟาร์มโทมิตะ — ทะเลลาเวนเดอร์สีม่วง

ทัวร์ฟุราโนะ ทุ่งลาเวนเดอร์ที่ฟาร์มโทมิตะ
มุก ท่ามกลางทะเลลาเวนเดอร์สีม่วงที่ฟาร์มโทมิตะ ※ภาพประกอบ

ถ้าพูดถึงลาเวนเดอร์ฟุราโนะ ชื่อแรกที่ทุกคนนึกถึงคือ “ฟาร์มโทมิตะ” (Farm Tomita) ฟาร์มดอกไม้ระดับตำนานที่บุกเบิกการปลูกลาเวนเดอร์ในย่านนี้มาตั้งแต่ยุคแรก

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เหมือนทะเลสีม่วง” เนินเขาทั้งผืนถูกย้อมด้วยลาเวนเดอร์ที่ไล่เฉดม่วงอ่อนเข้ม ตัดกับฉากหลังเป็นเทือกเขาโทคาจิ ภาพตรงหน้านั้นเกินคำว่า “สวย” ไปไกล หลายคนถึงกับบอกว่า “อยากเก็บวิวนี้ไว้คนเดียว”

แต่ฟาร์มโทมิตะไม่ได้มีแค่ภาพให้ดู กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของลาเวนเดอร์ที่ลอยอยู่ในอากาศ และซอฟต์ครีมลาเวนเดอร์รสละมุน คือประสบการณ์ “ห้าสัมผัส” ที่ทำให้ที่นี่พิเศษ เมื่อ มุก มายืนอยู่กลางทุ่ง เธอถึงกับกลั้นหายใจไปชั่วขณะกับสีม่วงที่แผ่ออกไปไม่สิ้นสุด

ไฮไลต์ #2: ชิกิไซโนะโอกะ — เนินเขาดอกไม้เจ็ดสี

ชิกิไซโนะโอกะ เนินเขาดอกไม้เจ็ดสีเมืองบิเอ
เนินเขาดอกไม้หลากสีที่ชิกิไซโนะโอกะ เมืองบิเอ ※ภาพประกอบ

ห่างออกไปทางเมืองบิเอ (Biei) คือ “ชิกิไซโนะโอกะ” (Shikisai no Oka) เนินเขากว้างราว 15 เฮกตาร์ ที่ปลูกดอกไม้กว่า 30 ชนิดเรียงเป็นแถบสีสันสดใส มองจากด้านบนเหมือนผ้าห่มลายปะติดที่ทอจากดอกไม้จริง

ที่นี่ไม่ได้มีแค่ลาเวนเดอร์ แต่ยังมีป๊อปปี้ ดอกคอสมอส และดอกไม้ตามฤดูกาลอีกมากมาย ทำให้ไม่ว่าจะมาช่วงไหนของหน้าร้อน ก็มักมีสีสันให้ชมเสมอ เป็นจุดถ่ายรูปที่สาว ๆ ไม่ควรพลาด

เคล็ดลับเล็ก ๆ คือ สภาพดอกไม้ขึ้นอยู่กับอากาศและฤดูกาลในแต่ละปี บางแปลงอาจยังไม่บานหรือเพิ่งเก็บเกี่ยว การทำใจไว้ล่วงหน้าว่า “ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงได้” จะช่วยให้เพลิดเพลินกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้มากขึ้น

ไฮไลต์ #3: บ่อน้ำสีฟ้าแห่งบิเอ — สีฟ้ามหัศจรรย์

บ่อน้ำสีฟ้า เมืองบิเอ ฮอกไกโด
มุก และ ทาคุมิ ที่บ่อน้ำสีฟ้ามหัศจรรย์แห่งบิเอ ※ภาพประกอบ

หนึ่งในภาพที่โด่งดังที่สุดของฮอกไกโดคือ “บ่อน้ำสีฟ้า” (Aoiike / Blue Pond) แห่งบิเอ บ่อน้ำสีฟ้าทึบราวกับสีน้ำเงินอมเขียวที่ไม่เหมือนที่ไหน

ความน่าทึ่งคือ สีฟ้านี้ไม่ได้เกิดจากการแต่งเติม แต่เกิดจากแร่ธาตุธรรมชาติในน้ำที่สะท้อนแสง ทำให้ผิวน้ำทึบจนมองไม่เห็นก้นบ่อ ต้นไม้ที่ยืนต้นตายกลางน้ำยิ่งเพิ่มความลึกลับเหมือนภาพในเทพนิยาย

ทาคุมิ บอกว่าภาพถ่ายไม่อาจถ่ายทอดสีจริงได้หมด ต้องมายืนดูด้วยตาตัวเองถึงจะเข้าใจ ว่าทำไมบ่อน้ำเล็ก ๆ แห่งนี้ถึงทำให้คนทั้งโลกหลงใหล ข้อควรรู้คือ สีของน้ำจะสวยที่สุดในวันอากาศแจ่มใส ส่วนวันฝนตกน้ำอาจขุ่นและสีจางลง

🌸 ดูรายละเอียดทัวร์ฟุราโนะ 1 วันบน Klook »

ไฮไลต์ #4 & #5: ของอร่อยฟุราโนะที่ “อร่อยทุกอย่าง”

ของอร่อยฟุราโนะ เมลอนและข้าวแกงกะหรี่หน้าไข่
เมลอนฟุราโนะหวานฉ่ำ ของหวานที่ มุก รอคอย ※ภาพประกอบ

เสน่ห์ของฟุราโนะไม่ได้มีแค่วิว แต่ “ของกิน” ก็ทำเอาหลายคนประหลาดใจ นักท่องเที่ยวจำนวนมากพูดตรงกันว่า “อาหารที่นี่อร่อยแทบทุกอย่าง”

เมนูขึ้นชื่อคือข้าวแกงกะหรี่ราดไข่ออมเล็ตสไตล์ฟุราโนะ (Furano Omu-Curry) ที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นพระเอก เนื้อนุ่มของไข่ตัดกับน้ำแกงเข้มข้น เป็นรสชาติที่หลายคนบอกว่า “อร่อยจนต้องสั่งซ้ำ”

นอกจากนี้ยังมีซอฟต์ครีมที่ทำจากองุ่นฟุราโนะแท้ ๆ จากร้านดังอย่าง Campana Rokkatei ชีสและพิซซ่าจากโรงงานชีสท้องถิ่น และที่ขาดไม่ได้คือ “เมลอนฟุราโนะ” เนื้อสีส้มหวานฉ่ำ ที่ทัวร์หลายแพ็กเกจมีออปชั่นให้กินแบบไม่อั้น ความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินฮอกไกโด สัมผัสได้จริงผ่านทุกคำที่ลิ้มลอง

และถ้าคุณเป็นสายชิมที่หลงใหลในวัตถุดิบทะเลของฮอกไกโด หลังเที่ยวฟุราโนะอิ่มตาแล้ว ลองแวะอ่านเรื่อง ข้าวหน้าหอยเม่น (อูนิดง) แห่งชาโกตัน อีกหนึ่งรสชาติแห่งทะเลฮอกไกโดที่ไม่ควรพลาดดูไว้นะคะ

ความจริงที่ต้องรู้ก่อนไป: ระยะทาง รถติด และช่วงดอกบาน

ก่อนจะวางแผนไปฟุราโนะ มีความจริง 3 ข้อที่ Tera อยากบอกตรง ๆ เพราะเป็นสิ่งที่คนไปจริงมักจะ “รู้ทีหลัง”

ข้อแรก — ระยะทางไกลกว่าที่คิด ฟุราโนะกับบิเอ แม้อยู่ในย่านเดียวกัน แต่ห่างกันราว 35 กิโลเมตร และจุดเที่ยวกระจายตัวกว้าง การเดินทางด้วยรถสาธารณะค่อนข้างไม่สะดวก ถ้าเที่ยวเอง “การเช่ารถ” แทบจะเป็นสิ่งจำเป็น

ข้อสอง — ช่วงไฮซีซั่นรถติดและที่จอดเต็ม ในเดือนกรกฎาคมที่ดอกบานเต็มที่ ถนนสายหลักรอบฟาร์มโทมิตะจะรถติด และที่จอดรถก็แน่นมาก คนที่ไปจริงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ควรไปให้ถึงตั้งแต่ฟาร์มเปิด”

ข้อสาม — ช่วงดอกบานขึ้นอยู่กับธรรมชาติ อย่างที่บอกไปว่าพีคคือต้นถึงกลางกรกฎาคม และเริ่มเก็บเกี่ยวต้นสิงหาคม สภาพอากาศแต่ละปีทำให้เร็วช้าต่างกันได้ การเช็กสถานะดอกล่าสุดก่อนไปจึงสำคัญมาก

อีกหนึ่งเคล็ดลับเล็ก ๆ คือ ฟุราโนะเป็นพื้นที่ภูเขา แม้กลางวันเดือนกรกฎาคมจะอบอุ่น แต่ช่วงเช้าและเย็นอาจมีลมเย็น การพกเสื้อคลุมบาง ๆ ติดตัวไว้สักตัวจะช่วยให้คุณเที่ยวได้สบายตลอดทั้งวัน

อีกเรื่องที่คนมักลืมคือ “อินเทอร์เน็ต” การเดินทางในฮอกไกโดที่จุดเที่ยวอยู่ห่างกัน ทำให้ต้องพึ่งแผนที่และข้อมูลออนไลน์ตลอด การเตรียม eSIM ให้พร้อมก่อนออกเดินทางจะช่วยให้อุ่นใจ (อ่านวิธีเลือก eSIM ญี่ปุ่นแบบไม่พลาดได้ที่บทความเปรียบเทียบของเรา)

ทำไม “ทัวร์วันเดียวจากซัปโปโร” ถึงตอบโจทย์ที่สุด

พออ่านถึงตรงนี้ หลายคนอาจคิดว่า “อยากไป แต่ขับรถเองที่ฮอกไกโดก็น่ากังวล” — นี่แหละคือเหตุผลที่ “ทัวร์วันเดียวจากซัปโปโร” กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยม

ทัวร์แบบนี้จะพาคุณไปครบทั้งฟาร์มโทมิตะ ชิกิไซโนะโอกะ และบ่อน้ำสีฟ้า ภายในวันเดียว โดยที่คุณไม่ต้องขับรถ ไม่ต้องหาที่จอด และไม่ต้องเครียดกับรถติด แค่ขึ้นรถบัสแล้วนั่งชมวิวสบาย ๆ ลองเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด ๆ:

หัวข้อ เที่ยวเอง (เช่ารถ) ทัวร์ 1 วันจากซัปโปโร
การขับรถต้องขับเอง 5+ ชม.ไม่ต้องขับ นั่งสบาย
ที่จอดรถหาที่จอดเองช่วงไฮซีซั่นไม่ต้องกังวล
รถติดช่วงพีคต้องเจอเองคนขับมืออาชีพจัดการ
ค่าใช้จ่ายค่าเช่ารถ + น้ำมัน + ที่จอดราคาเดียวจบ (ราว 7,000 เยน)
ความสบายใจต้องวางแผนเส้นทางเองแค่ขึ้นรถแล้วเที่ยว
เหมาะกับใครคนขับรถคล่อง เที่ยวหลายวันมาครั้งแรก / เวลาจำกัด
ทัวร์วันเดียวจากซัปโปโรไปฟุราโนะ ไม่ต้องขับรถ
นั่งรถบัสสบาย ๆ ไม่ต้องขับเอง กับ มุก และ ทาคุมิ ※ภาพประกอบ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัด หรือมาเที่ยวฮอกไกโดครั้งแรก ทัวร์วันเดียวคือทางเลือกที่คุ้มค่าและสบายใจที่สุด ปล่อยให้คนขับมืออาชีพดูแลเรื่องเส้นทาง แล้วคุณเก็บพลังไว้ดื่มด่ำกับทะเลสีม่วงให้เต็มที่

🌸 จองทัวร์ฟุราโนะ 1 วันจากซัปโปโรบน Klook »

สรุป: ฤดูร้อนนี้ ไปสัมผัส “ทะเลสีม่วง” ด้วยตาตัวเอง

ฟุราโนะในหน้าร้อนคือของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้เพียงช่วงสั้น ๆ ทะเลลาเวนเดอร์สีม่วง เนินเขาดอกไม้เจ็ดสี และบ่อน้ำสีฟ้ามหัศจรรย์ ล้วนรอให้คุณไปสัมผัสด้วยตัวเอง

และเพราะช่วงเวลาที่สวยที่สุดนั้นสั้นเพียงต้นถึงกลางเดือนกรกฎาคม การวางแผนล่วงหน้าจึงเป็นกุญแจสำคัญ ทัวร์วันเดียวจากซัปโปโรจะช่วยให้คุณได้เห็นทุกไฮไลต์โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง

ขอให้การเดินทางของคุณเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความทรงจำที่งดงาม และขอให้ทุกย่างก้าวในฟุราโนะนำพาแต่สิ่งดี ๆ มาสู่ใจคุณนะคะ 🌸

ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ กดติดตามเพจไว้นะคะ

มุกอัปเดตข่าวเที่ยวญี่ปุ่นให้ก่อนใคร ทั้งอีซิม ตั๋วรถไฟ เทศกาล ใบไม้เปลี่ยนสี และช่วงซากุระ ที่เพจ Tiaw Japan Expert ค่ะ

Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *