มุกเคยคิดว่ารูปสวยๆ น่าจะเล่าทุกอย่างได้ จนได้มายืนที่นี่ด้วยตัวเอง รูปถ่ายทอดความรู้สึกได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้นค่ะ เพราะ teamLab Planets ไม่ใช่ที่สำหรับ “มอง” แต่เป็นที่สำหรับ “เข้าไปอยู่ข้างใน” เราต้องถอดรองเท้า เดินลุยน้ำด้วยเท้าเปล่า สัมผัสความเย็นที่ฝ่าเท้า แล้วค่อยๆ ปล่อยตัวให้ละลายเข้าไปในโลกแห่งแสง วันนี้มุกจะรีวิว teamLab Planets Tokyo แบบละเอียด ตั้งแต่วิธีจองตั๋ว การแต่งตัว ไปจนถึงวิธีเดินทาง สำหรับใครที่วางแผนจะไปครั้งแรกค่ะ
teamLab Planets คืออะไร?
พูดสั้นๆ มันคือพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เราต้องถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่าเข้าไป สัมผัสกับ “ภาพแสงที่เคลื่อนไหว” ซึ่งสร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ ในพิพิธภัณฑ์ทั่วไป เราอาจจะทำได้แค่ “มอง” ภาพ แต่ที่นี่เราเหมือนได้ “เข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง” ของภาพนั้นจริงๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จึงสนุกได้เหมือนกัน ลองนึกภาพความเย็นของน้ำที่กระทบฝ่าเท้า พลางปล่อยใจให้ละลายไปกับโลกแห่งแสงดูสิคะ นั่นแหละคือเสน่ห์ของที่นี่ค่ะ
Planets กับ Borderless ไปที่ไหนดี?
teamLab มีสองที่ในโตเกียวที่ชื่อคล้ายกัน ถ้าเป็นครั้งแรก มุกแนะนำให้เริ่มจาก Planets (พลาเน็ตส์) ก่อนค่ะ
| teamLab Planets | teamLab Borderless | |
|---|---|---|
| ทำเล | โทโยสุ (Toyosu) | อาซาบุได ฮิลส์ (Azabudai Hills) |
| จุดเด่น | ลุยน้ำ / เดินเท้าเปล่า | เดินสำรวจห้องแสง / ใส่รองเท้าได้ |
| สำหรับมือใหม่ | ◎ ถ่ายรูปสวยที่สุด | ○ เหมือนเขาวงกต สนุกอีกแบบ |
บทความนี้มุกจะเจาะลึกเรื่อง Planets เป็นหลักค่ะ ส่วนใครที่สนใจ Borderless สามารถดูรายละเอียดและจองได้ที่นี่เลย
วิธีจองตั๋ว
เรื่องสำคัญที่สุดคือ การไปซื้อตั๋วหน้างานในวันนั้นมักจะเข้าไม่ได้ค่ะ จึงต้องจองล่วงหน้าเสมอ วิธีที่ง่ายที่สุดคือเลือกวันและรอบเวลาที่อยากไป แล้วจองผ่าน Klook ตั๋วอิเล็กทรอนิกส์จะถูกส่งเข้ามือถือ วันงานแค่โชว์หน้าจอตอนเข้าได้เลย
มีเคล็ดลับนิดหน่อยค่ะ คือรอบเย็นช่วงพระอาทิตย์ตกคนจะนิยมมากและเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้าเนิ่นๆ นะคะ ส่วนวันธรรมดาคนจะน้อยกว่าวันหยุด ควรเผื่อเวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง แต่ถ้าตั้งใจจะเล่นโซนเด็กด้วย เผื่อเวลาไว้ 3–4 ชั่วโมงเลยค่ะ ทันทีที่กำหนดวันเดินทางได้แล้ว แนะนำให้รีบจองเลย!
การแต่งตัวและของที่ต้องเตรียม
เนื่องจากมีโซนที่ต้องลุยน้ำลึกถึงใต้เข่า สิ่งสำคัญคือต้องใส่ชุดที่เปียกได้ และพับหรือรวบขาขึ้นเหนือเข่าได้สะดวก กางเกงหรือกระโปรงที่พับขึ้นได้ง่ายจะเหมาะที่สุดค่ะ ส่วนกางเกงทรงแคบหรือรัดรูปจะพับขึ้นลำบาก จึงไม่ค่อยเหมาะ และถ้าใส่ชุดสีขาวให้ระวังพื้นกระจกที่สะท้อนจากด้านล่างด้วยนะคะ
สำหรับรองเท้าและสัมภาระ เราจะมีล็อกเกอร์ให้เก็บฟรีแล้วเดินเท้าเปล่าเข้าไป สัมภาระชิ้นใหญ่ไม่สามารถนำเข้าไปได้ และสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก เด็กที่มีความสูงของช่วงขาต่ำกว่า 40 เซนติเมตร จะเข้าบางจุดในโซนน้ำไม่ได้ แต่ผู้ใหญ่สามารถอุ้มหรือใช้สายอุ้มเด็กเข้าไปด้วยกันได้ค่ะ ข้อมูลพวกนี้ถ้าทราบก่อนไป จะช่วยให้ถ่ายรูปสวยและไม่พลาดช่วงสำคัญแน่นอน
จุดถ่ายรูปและเทคนิค
จุดถ่ายรูปเด็ดมีสองจุดหลักๆ ค่ะ จุดแรกคือ “โซนน้ำ” ที่เราเดินลุยน้ำตื้นด้วยเท้าเปล่า บนผิวน้ำมีแสงสีของปลาคาร์ฟแหวกว่ายไปมา และเมื่อเราขยับตัว แสงก็จะเปลี่ยนไปตามจังหวะของเรา ทั้งห้องมืดสลัวแต่ผิวน้ำกลับสะท้อนเงาราวกระจก ภาพที่ได้จึงดูลึกและมีมิติเป็นพิเศษ
อีกจุดคือ “สวนดอกไม้ลอย” ที่เรายืนอยู่ท่ามกลางดอกไม้นับไม่ถ้วนซึ่งห้อยลงมาและค่อยๆ เคลื่อนขึ้นลงรอบตัวเรา รู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยดอกไม้ทั้งห้อง เป็นมุมที่ถ่ายออกมาแล้วสวยแบบไม่ต้องแต่งเลยค่ะ
ลองปล่อยตัวให้กลมกลืนไปกับโลกแห่งภาพลวงตา แล้วคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์มหัศจรรย์ที่ยากจะลืมเลือนค่ะ
เทคนิคง่ายๆ คือ ตรงพื้นที่เป็นกระจกให้ลองถือมือถือต่ำๆ เข้าไว้ จะได้เงาสะท้อนสวยเป็นพิเศษ และเพราะแสงเคลื่อนไหวตลอดเวลา การถ่ายเป็นวิดีโอก็จะได้บรรยากาศที่ภาพนิ่งให้ไม่ได้ แต่ข้อควรระวังคือ ที่นี่ห้ามใช้แฟลช และห้ามใช้ขาตั้งกล้อง ไม้เซลฟี่ หรืออุปกรณ์ที่ยาวเกิน 30 เซนติเมตรนะคะ
วิธีเดินทาง
เดินทางง่ายกว่าที่คิดค่ะ! จากสถานี Shin-Toyosu (ทางออกเหนือ) เดินแค่ 1 นาที หรือถ้ามาจากสถานี Toyosu (ทางออกหมายเลข 7) ก็เดินประมาณ 10 นาที เปิดดูใน Google Maps
และถ้าวันนั้นอยากเที่ยวต่อแถว Skytree หรือ Asakusa ก็สามารถวางแผนต่อได้เลยค่ะ
สรุป
สำหรับโตเกียวครั้งแรก teamLab Planets คือหนึ่งในสถานที่ที่ “ติดอยู่ในใจมุกมากที่สุด” ความทรงจำจากการเดินทางเปรียบเหมือนดอกเบี้ยทบต้นของชีวิต ประสบการณ์ดีๆ จะค่อยๆ ออกดอกออกผลในใจเราไปอีกนาน
เที่ยวโตเกียวสายอาร์ตแล้ว อยากลองสัมผัสโตเกียวยุคเอโดะบ้างไหมคะ? มุกพาเดินย้อนรอยใน ถนนโทไกโดสถานีที่ 1 นิฮงบาชิ กับฟุคางาวะเมชิ รสชาติยามเช้าของเอโดะค่ะ


ใส่ความเห็น