หมวดหมู่: ฟุกุโอกะ (Fukuoka)

  • ทัวร์คิวชูวันเดียว 5 ไฮไลต์ห้ามพลาด: รถไฟสวย เมืองออนเซน บ่อน้ำพุร้อน 🌸

    ทัวร์คิวชูวันเดียว 5 ไฮไลต์ห้ามพลาด: รถไฟสวย เมืองออนเซน บ่อน้ำพุร้อน 🌸

    มุกโบกมือต้อนรับ ก่อนออกเดินทางทัวร์คิวชูวันเดียว นั่งรถไฟชมวิวสีเขียวสไตล์ย้อนยุค
    ※ภาพประกอบ

    สวัสดีค่ะ มุกเองนะคะ 🌸 ถ้าใครกำลังวางแผนเที่ยวคิวชู (Kyushu) แล้วแอบรู้สึกว่า… อยากนั่งรถไฟสายโรแมนติกสักครั้ง อยากเดินเล่นเมืองออนเซนเงียบๆ อยากขอพรสักที่ แล้วก็อยากได้รูปบ่อน้ำพุร้อนสีฟ้าสวยๆ ไว้อวดเพื่อน แต่พอดูแผนที่จริงๆ ที่เที่ยวมันอยู่คนละทิศคนละทาง จะขับรถเองก็เหนื่อย จะนั่งรถไฟต่อรถบัสเองให้ครบในวันเดียวนี่ยากมากจริงๆ ค่ะ

    วันนี้มุกเลยอยากเล่าให้ฟังถึงทัวร์ที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้พอดี นั่นคือ ทัวร์คิวชูวันเดียว ออกเดินทางจากฟุกุโอกะ (Fukuoka) ที่รวมไฮไลต์เด็ดๆ ของพื้นที่ยูฟุอิน–เบปปุ ไว้ในทริปเดียว นั่งรถสบายๆ ไม่ต้องขับเอง ไม่ต้องกลัวหลง เหมาะกับสายเที่ยวที่อยากเก็บที่สวยให้ครบแบบไม่เหนื่อยเกินไปค่ะ

    ทำไมทัวร์วันเดียวนี้ถึง “ลงตัว” สำหรับสาวๆ ที่เที่ยวเอง

    เสน่ห์ของคิวชูคือธรรมชาติ ออนเซน และเมืองเล็กๆ ที่น่ารัก แต่จุดอ่อนคือมัน “กระจาย” ค่ะ ระยะทางระหว่างยูฟุอินกับเบปปุ หรือกับดาไซฟุ ถ้าจัดเองต้องคำนวณรถไฟ–รถบัส–เวลาต่อรถกันพอสมควร พอเป็นทัวร์รวมแบบนี้ มุกเลยรู้สึกว่ามันช่วย “ตัดความเหนื่อยเรื่องการเดินทาง” ออกไป แล้วเหลือไว้แต่ส่วนที่สนุกค่ะ

    • ออกจากฟุกุโอกะ: จุดที่สาวๆ ส่วนใหญ่บินลงหรือพักอยู่แล้ว
    • เก็บไฮไลต์หลักของยูฟุอิน–เบปปุ: ครบจบในวันเดียว
    • ไม่ต้องขับรถ: ไม่ต้องวางแผนต่อรถเองให้ปวดหัว
    • Klook’s Choice: ทัวร์ยอดนิยม รีวิวเยอะ คนจองเยอะ อุ่นใจแน่นอนค่ะ

    ถ้าอยากดูราคาวันที่ว่าง และรายละเอียดรอบล่าสุด มุกแปะลิงก์ไว้ให้ตรงนี้เลยนะคะ 👇

    ไฮไลต์ที่ 1 : นั่งรถไฟยูฟุอินโนะโมริ (Yufuin no Mori)

    ภายในรถไฟชมวิวตกแต่งด้วยไม้ มองวิวทุ่งเขียวและภูเขาผ่านหน้าต่างบานใหญ่
    ※ภาพประกอบ

    ดาวเด่นของทริปนี้คือ รถไฟท่องเที่ยวยูฟุอินโนะโมริ ค่ะ ตัวขบวนเป็นสีเขียวเข้มเงาวับ ดีไซน์คลาสสิกย้อนยุค ภายในตกแต่งด้วยไม้อบอุ่น มีหน้าต่างบานใหญ่ให้นั่งชมวิวภูเขาและทุ่งสีเขียวระหว่างทางแบบเต็มตา เป็นหนึ่งในรถไฟที่สายถ่ายรูปตามล่ากันมากที่สุดในคิวชูค่ะ

    ปกติแล้วตั๋วรถไฟขบวนนี้จองยากและเต็มไว ข้อดีของการมากับทัวร์คือเรื่องที่นั่งถูกจัดการให้เรียบร้อย เราแค่มานั่งจิบเครื่องดื่ม มองวิว แล้วเตรียมกล้องให้พร้อมก็พอค่ะ จุดนี้แหละที่มุกว่าคุ้มมาก เพราะถ้าจัดเองอาจพลาดรอบที่อยากได้

    ไฮไลต์ที่ 2 : เดินเล่นเมืองยูฟุอิน & ทะเลสาบคินริน

    มุกเดินเล่นถนนเมืองออนเซนยูฟุอิน มีภูเขายูฟุดาเกะและทะเลสาบไอน้ำเป็นฉากหลัง
    ※ภาพประกอบ

    พอถึงยูฟุอิน เราจะได้สัมผัสบรรยากาศเมืองออนเซนเล็กๆ ที่มีภูเขายูฟุดาเกะเป็นฉากหลังสวยมากค่ะ ถนนสายหลัก “ยุโนะสึโบะ” เต็มไปด้วยร้านขนม ร้านของน่ารักๆ คาเฟ่ และของฝากทำมือ เดินชิลล์ๆ ถ่ายรูปเพลินจนลืมเวลา

    อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือ ทะเลสาบคินริน (Kinrin) ทะเลสาบเล็กๆ ที่ยามเช้ามักมีไอน้ำลอยปกคลุมผิวน้ำ ดูนุ่มนวลเหมือนภาพวาด เป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตของเมืองนี้เลยค่ะ ใครชอบบรรยากาศสงบๆ อบอุ่นๆ จะหลงรักยูฟุอินแน่นอน

    ไฮไลต์ที่ 3 : วัดกบ นโยอิรินจิ (Nyoirin-ji)

    มุกถ่ายรูปกระดิ่งลมแก้วหลากสีและรูปปั้นกบน่ารักที่วัดนโยอิรินจิในฤดูร้อน
    ※ภาพประกอบ

    มาถึงจุดที่สายถ่ายรูปต้องกรี๊ดค่ะ วัดนโยอิรินจิ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า “วัดกบ” เพราะภายในวัดมีรูปปั้นกบตัวเล็กตัวน้อยซ่อนอยู่เต็มไปหมด นับเป็นพันๆ ตัว แต่ละจุดน่ารักจนอยากเก็บภาพให้ครบ

    ในช่วงฤดูร้อนจะมีการประดับ “ฟูริน” หรือกระดิ่งลมแก้วหลากสีห้อยเป็นแนวยาว ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งรับลม สวยและให้ฟีลญี่ปุ่นแท้ๆ มากค่ะ เป็นมุมที่ถ่ายออกมาแล้วฟ้องเลยว่า “นี่แหละญี่ปุ่น”

    ไฮไลต์ที่ 4 : ขอพรที่ศาลเจ้าดาไซฟุ เท็มมังกุ

    ศาลเจ้าดาไซฟุ เท็มมังกุ (Dazaifu Tenmangu) เป็นศาลเจ้าชื่อดังที่ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องการเรียนและความสำเร็จ ใครมีลูกหลานกำลังสอบ หรือกำลังลุ้นงานใหม่ ที่นี่คือหมุดหมายที่ห้ามพลาดค่ะ

    ทางเดินก่อนเข้าศาลเจ้าก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน เรียงรายด้วยร้านค้าและของกินพื้นเมือง โดยเฉพาะ “อุเมะกาเอะโมจิ” ขนมโมจิย่างไส้ถั่วแดงร้อนๆ ที่ควรลองสักชิ้นระหว่างเดินเล่นค่ะ

    ไฮไลต์ที่ 5 : บ่อน้ำพุร้อนนรกเบปปุ (Beppu Jigoku)

    มุกและทาคุมิยืนถ่ายรูปหน้าบ่อน้ำพุร้อนสีฟ้าครามมีไอน้ำ ที่เบปปุ
    ※ภาพประกอบ

    ปิดท้ายไฮไลต์ด้วยความอลังการของ บ่อนรกเบปปุ ค่ะ คำว่า “นรก” ในที่นี้หมายถึงบ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติที่ร้อนจัดจนแช่ไม่ได้ แต่ไว้ “ชม” โดยเฉพาะ จุดที่ดังที่สุดคือ “อูมิจิโกกุ” บ่อสีฟ้าครามใสราวกับทะเล กับไอน้ำที่ลอยขึ้นมาตลอดเวลา สวยจนต้องถ่ายรูปเก็บไว้

    บรรยากาศไอน้ำคลุ้งทั่วบริเวณ บวกกับสีของบ่อที่ตัดกับต้นไม้เขียวๆ ทำให้ที่นี่เป็นมุมถ่ายรูปที่จำง่ายและเป็นเอกลักษณ์ของเบปปุมากค่ะ

    เตรียมตัว & เคล็ดลับก่อนจอง

    ทัวร์นี้เป็นทริปเต็มวัน เดินเยอะพอสมควร มุกเลยสรุปข้อมูลพื้นฐานและสิ่งที่ควรรู้ไว้ให้ตรงนี้ค่ะ

    จุดออกเดินทางฟุกุโอกะ (ฮากาตะ)
    ระยะเวลาประมาณ 10 ชม. 30 นาที
    รูปแบบทัวร์รวม (Join in group)
    ภาษาไกด์จีน / อังกฤษ
    การยืนยันยืนยันทันที

    สิ่งที่มุกอยากบอกตามตรงคือ ไกด์ของทัวร์นี้ใช้ภาษาจีนและอังกฤษเป็นหลัก (ยังไม่มีภาษาไทย) แต่ไม่ต้องกังวลมากเกินไปค่ะ เพราะเส้นทางจัดมาให้เรียบร้อย แต่ละจุดเดินชมและถ่ายรูปได้สบายๆ ถ้าใครพอสื่อสารอังกฤษได้นิดหน่อยก็ยิ่งราบรื่นค่ะ

    • ใส่รองเท้าที่เดินสบาย เพราะมีเดินหลายจุดค่ะ
    • เตรียมแบตสำรองและพื้นที่ในมือถือไว้เยอะๆ รูปเยอะแน่นอน!
    • ทัวร์ยอดนิยมแบบนี้ที่นั่งเต็มไว แนะนำให้จองล่วงหน้านะคะ

    📱 อ่านต่อ

    จองทัวร์เรียบร้อยแล้ว อย่าลืมเตรียมเน็ตให้พร้อมก่อนบินนะคะ → เปรียบเทียบ eSIM ญี่ปุ่น ตัวไหนคุ้มที่สุด

    สรุป

    ทัวร์คิวชูวันเดียวจากฟุกุโอกะนี้ รวมทุกอย่างที่มุกอยากได้ในทริปออนเซนไว้ครบ ทั้งรถไฟสวยๆ เมืองน่ารักๆ วัดถ่ายรูปเพลิน ที่ขอพร และบ่อน้ำพุร้อนสุดอลัง โดยที่เราไม่ต้องเหนื่อยกับการวางแผนเดินทางเองเลย เหมาะมากสำหรับสาวๆ ที่อยากเที่ยวคิวชูแบบเก็บครบในวันเดียวค่ะ

    ถ้าทริปนี้มีส่วนช่วยให้การเดินทางของคุณผู้อ่านราบรื่นและอิ่มใจขึ้น มุกก็ขอให้สิ่งดีๆ นั้นส่งต่อไปถึงทุกคนที่คุณรักด้วยนะคะ 🌸

    มาถึงคิวชูทั้งที อย่าพลาดราเมนทงคตสึต้นตำรับที่ฮากาตะนะคะ มุกถอดรหัสความลับของราเมนแบบฉบับฮากาตะไว้ให้แล้วใน ภารกิจถอดรหัสราเมนทงคตสึฮากาตะ ค่ะ

  • 🎬 Mission 6: ภารกิจถอดรหัส “ราเมนทงคตสึฮากาตะ” — ความลับของกำแพงกั้นที่ผู้หญิงทั่วโลกหลงรัก

    📍 พิกัดฟุกุโอกะ (ฮากาตะ/นาคาสึ) เกาะคิวชู
    🎯 เป้าหมายซดทงคตสึราเมนแท้ + ไขความลับ “ที่นั่งส่วนตัว”
    📅 ฤดูกาลตลอดปี (หน้าหนาวซดร้อนๆ ฟินสุด)
    💰 งบประมาณ~600–1,000 เยน/ชาม
    🍜 ของเด็ดเส้นบางพิเศษ + ระบบ “คาเอดามะ” เติมเส้น
    🤝 สายลับท้องถิ่นมุก & ทาคุมิ

    แสงไฟริมแม่น้ำนาคาสึวิบวับสวยจัง มุกยืนมองรถเข็นราเมนแบบ “ยาไต” ที่มีไอน้ำลอยฟุ้ง “ทาคุมิคุง… ทำไมเมืองนี้มีร้านราเมนเยอะจังคะ?” ทาคุมิยิ้มแล้วชูนิ้ว “เพราะที่นี่คือ ‘เมืองหลวงของราเมน’ ไงครับ! แถมยังมีตำนานที่น่าทึ่งซ่อนอยู่ด้วยนะ”

    มุกและทาคุมิที่ร้านราเมนยาไตริมแม่น้ำนาคาสึ ฟุกุโอกะ ยามค่ำคืน

    เส้นบางจิ๋ว กับการ “เติมเส้น”

    ราเมนฮากาตะใช้ “เส้นบางพิเศษ” เส้นเล็กจนแทบจะเหมือนเส้นด้าย! ส่วนน้ำซุปทำจากกระดูกหมูเคี่ยวจนขาวข้นเหมือนนม หอมกรุ่นชวนหิว แต่เส้นเล็กๆ แบบนี้มีปัญหาอยู่นิดหน่อย คือมันจะอืดเร็วถ้าเรากินช้า ร้านเลยจะเสิร์ฟเส้นมาปริมาณไม่เยอะก่อน พอเรากินหมดแต่ซุปยังเหลือ ก็แค่สั่งว่า “คาเอดามะ!” (Kaedama) ทางร้านก็จะลวกเส้นร้อนๆ มาเติมให้ทันที เก๋ไหมล่ะ?

    ภาพประกอบสไตล์แผนที่โบราณของราเมนทงคตสึฮากาตะ แสดงเส้น น้ำซุป และเครื่องเคียง

    ความลับของ “ที่นั่งส่วนตัว”

    ความลับที่ทาคุมิพูดถึงก็คือ “ที่นั่งแบบมีผนังกั้น” ที่เป็นช่องเล็กๆ กั้นรอบตัวเรา ทำให้ซดราเมนได้เงียบๆ คนเดียวโดยไม่ต้องสบตาใคร เชื่อว่าสาวๆ ไทยหลายคนคงนึกออกทันที เพราะนี่คือเอกลักษณ์ของร้าน “อิจิรัง” (Ichiran) ที่เราคุ้นเคยกันดี! แล้วรู้ไหมว่าห้องเล็กๆ นี้มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร? คำตอบคือ “เสียงของผู้หญิง” นี่เอง! สมัยก่อนร้านราเมนส่วนใหญ่จะมีแต่ผู้ชาย ทำให้ผู้หญิงหลายคนรู้สึกเขินที่จะเข้าร้านคนเดียว หรือไม่อยากให้ใครเห็นตอนกำลังกินราเมน ทางร้านเลยออกแบบผนังกั้นขึ้นมาเพื่อให้สาวๆ นั่งกินได้สบายใจ และไอเดียแสนอบอุ่นนี้เองที่ทำให้ร้านดังไปทั่วโลก!

    ภาพประวัติศาสตร์ของที่นั่งกั้นในร้านราเมน ที่เกิดจากเสียงของผู้หญิง

    ปิดภารกิจ

    มุกยกชามขึ้นจิบซุปคำแรก หลับตาพริ้มแล้วร้องออกมาว่า — “อร่อยจังงงง!!” “เสียงเล็กๆ ของผู้หญิงในวันนั้น… กลายเป็นห้องเล็กๆ ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกมีความสุขในวันนี้” มุกพึมพำเบาๆ ท่ามกลางไอน้ำที่ลอยฟุ้งในคืนอากาศหนาว ครั้งหน้าทาคุมิสัญญาว่าจะพาไปเที่ยวดาไซฟุ — แต่เรื่องนั้นเอาไว้เล่าคราวหน้าก็แล้วกันนะ

    📌 เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย: ที่นั่งแบบมีผนังกั้นของอิจิรังเริ่มจากม่านกั้นต้นแบบในปี 1993 และพัฒนาเป็นบูธเต็มรูปแบบที่สาขาฮากาตะในปี 1997