เส้นทางลับสู่ฟูจิซัง!
คนมิชิมะแท้ๆ พาเที่ยว 1 วัน
ด้วยชินคันเซ็นจากโตเกียว
เมื่อบรรณาธิการที่เกิดและเติบโตในเมืองมิชิมะ เปิดประตูสู่มุมมองภูเขาไฟฟูจิที่คนท้องถิ่นหวงแหน — สะพานแขวนกลางฟ้า ศาลเจ้าพันปี ลำธารน้ำพุธรรมชาติ และโคร็อกเกะที่อร่อยที่สุดในชีวิต
ผมเกิดและเติบโตที่เมืองมิชิมะ จังหวัดชิซุโอกะ — เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่เชิงภูเขาไฟฟูจิฝั่งใต้ ซึ่งคนส่วนใหญ่ในโลกแทบไม่เคยรู้จัก ทุกเช้าของวัยเด็ก เมื่อเปิดม่านหน้าต่าง สิ่งแรกที่สายตาจับได้คือภูเขาไฟฟูจิตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า — ยอดเขาสีขาวโพลนตัดกับท้องฟ้าสีครามในฤดูหนาว หรือซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังม่านหมอกบางเบาในเช้าฤดูร้อน ภาพนั้นไม่เคยน่าเบื่อ แม้จะเห็นมาตลอดชีวิต กลับยิ่งงดงามขึ้นทุกครั้งที่มอง
สำหรับผมแล้ว ฟูจิซังไม่ใช่แค่ภูเขา แต่เป็นเหมือน “ผู้ใหญ่” ที่คอยดูแลเมืองเล็กๆ ของเราอย่างเงียบๆ ในวันที่เหนื่อยล้าจากการเรียนหนังสือ ผมมักจะวิ่งไปนั่งริมลำธารเกมเบกาวะ จุ่มเท้าลงในน้ำเย็นใสที่ไหลมาจากหิมะละลายบนยอดฟูจิ แล้วรู้สึกว่าโลกทั้งใบช่างสงบและอ่อนโยน คุณแม่ของผมเคยพูดเสมอว่า “คนมิชิมะไม่ต้องไปหาฟูจิซัง เพราะฟูจิซังมาหาเราเอง” — และนั่นคือความจริงที่สุดที่ผมรู้จัก
หลายปีที่ผมทำงานเป็นบรรณาธิการ ได้เดินทางไปทั่วญี่ปุ่น เห็นนักท่องเที่ยวแห่แหนกันไปที่ทะเลสาบคาวากุจิโกะ ไปสถานีที่ 5 ของฟูจิ ไปฮาโกเนะ — ที่เหล่านั้นสวยงามทั้งนั้น แต่ผมก็อดรู้สึกเสียดายไม่ได้ ที่คนส่วนใหญ่พลาด “บ้านเกิด” ของฟูจิซังไปอย่างน่าเสียดาย เมืองมิชิมะนั้นมอบสิ่งที่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมให้ไม่ได้ — นั่นคือ ความเงียบสงบที่แท้จริง และ ความงามที่ไม่ต้องแย่งชิงกับใคร
วันนี้ ผมจึงอยากเปิดประตูบ้านต้อนรับเพื่อนชาวไทยทุกท่าน ด้วยแผนเที่ยว 1 วันที่ผมออกแบบมาจากประสบการณ์กว่า 30 ปีของการเป็นคนมิชิมะ เส้นทางนี้ไม่มีในไกด์บุ๊คทั่วไป ไม่ต้องเบียดเสียดกับฝูงชน แต่จะได้เห็นฟูจิซังในมุมที่งดงามที่สุด — มุมเดียวกับที่ผมเห็นมาตั้งแต่เด็ก
“คนมิชิมะไม่ต้องไปหาฟูจิซัง
เพราะฟูจิซังมาหาเราเอง”
— คุณแม่ของผม, ชาวมิชิมะโดยกำเนิด
สะพานแขวนกลางฟ้า กับฟูจิซังเบื้องหน้า
三島スカイウォーク(Mishima Skywalk)
Japan’s Longest Pedestrian Suspension Bridge · 400mจุดแรกที่ผมอยากพาทุกท่านไป คือ สะพานแขวนมิชิมะ สกายวอล์ค — สะพานแขวนสำหรับคนเดินที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยความยาว 400 เมตร ทอดตัวเหนือหุบเขาลึก ให้คุณเดินข้ามไปพร้อมกับวิวภูเขาไฟฟูจิอันยิ่งใหญ่ตระหง่านอยู่ตรงหน้า และทะเลสุรุกะวันอยู่เบื้องหลัง
ผมจำได้ดีว่าครั้งแรกที่สะพานนี้สร้างเสร็จในปี 2015 ชาวมิชิมะต่างมาเดินกันอย่างตื่นเต้น เพราะมันเปิดมุมมองใหม่ของฟูจิซังที่แม้แต่คนท้องถิ่นอย่างเราก็ไม่เคยเห็นมาก่อน — วิวแบบ 360 องศาที่เห็นทั้งภูเขาไฟ หุบเขา ทะเล และท้องฟ้าในคราวเดียว
เคล็ดลับจากคนมิชิมะ: มาให้ถึงก่อน 9 โมงเช้า อากาศในช่วงเช้าจะใสที่สุด ฟูจิซังจะปรากฏตัวชัดเจนราวกับวาดด้วยพู่กัน หากมาสายกว่านั้น เมฆมักจะเริ่มก่อตัว และยอดเขาอาจหายไปในพริบตา สำหรับคนที่ชอบความตื่นเต้น ที่นี่ยังมีกิจกรรมซิปไลน์ (Zipline) ที่จะพาคุณบินเหนือหุบเขาด้วยความเร็ว เป็นประสบการณ์ที่ผมรับประกันว่า จะติดอยู่ในความทรงจำไปอีกนาน ฝั่ง Kicoroの森 ยังมีสวนผจญภัยและร้านกาแฟน่ารักๆ ที่เหมาะกับการนั่งพักผ่อนหลังจากเดินข้ามสะพาน
ศาลเจ้าพันปี กับความเงียบที่ล้ำค่า
三嶋大社(Mishima Taisha)
Grand Shrine of Mishima · Est. over 1,200 years agoจากสกายวอล์ค เรากลับมาที่ใจกลางเมืองมิชิมะ เพื่อเยือนศาลเจ้ามิชิมะไทฉะ — ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,200 ปี เป็นศาลเจ้าที่แม้แต่โชกุนมินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ เคยมาสักการะก่อนก่อตั้งรัฐบาลทหาร
ในฐานะคนมิชิมะที่ชื่นชอบการชงชา (茶道) มาตั้งแต่สมัยเรียน ผมต้องบอกว่าบรรยากาศของมิชิมะไทฉะนั้นเปรียบได้กับ “ห้องชา” กลางธรรมชาติ สวนภายในศาลเจ้ามีบ่อน้ำใสแจ๋ว มีปลาคาร์ปว่ายน้ำอย่างเนิบช้า ต้นสนโบราณทอดเงาลงบนทางเดินหิน — ทุกอย่างเรียบง่ายแต่งดงามอย่างลึกซึ้ง เหมือนจิตวิญญาณของวะบิซะบิ (侘び寂び) ที่ถูกรักษาไว้อย่างดีตลอดหลายศตวรรษ
สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือการมานั่งเงียบๆ ในสวน ฟังเสียงน้ำไหลและนกร้อง สูดอากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของต้นสน แล้วปล่อยให้ใจสงบลง ท่ามกลางเมืองที่วุ่นวาย ที่แห่งนี้เปรียบเสมือนโอเอซิสของความสงบ ซึ่งแตกต่างจากวัดและศาลเจ้าชื่อดังในเกียวโตหรือโตเกียวที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว มิชิมะไทฉะยังคงรักษาความศักดิ์สิทธิ์และความสงบเอาไว้ได้อย่างแท้จริง
คำแนะนำพิเศษ: ลองแวะชิมขนมโมจิสดๆ จากร้านค้าเล็กๆ ตรงทางเข้าศาลเจ้า ขนมที่นี่ทำสดใหม่ทุกเช้า ใช้แป้งข้าวเหนียวเนื้อนุ่มห่อไส้ถั่วแดงหอมหวาน คู่กับชาเขียวร้อนสักถ้วย ก็ถือว่าสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแท้ๆ ได้อย่างลงตัว
เดินเล่นในลำธารฟูจิ
源兵衛川(Genbe-gawa)
Natural Spring Water Stream from Mt. Fuji · Seseragi Walking Pathจากศาลเจ้า เดินเท้าไม่ถึง 10 นาที ก็ถึงลำธารเกมเบกาวะ — ลำธารน้ำพุธรรมชาติที่ไหลมาจากหิมะละลายของภูเขาไฟฟูจิ ผ่านชั้นหินลาวาหลายพันปี กลั่นกรองจนใสบริสุทธิ์อย่างน่าอัศจรรย์
ที่แห่งนี้คือ “สนามเด็กเล่น” ในวัยเด็กของผม ทุกฤดูร้อน เด็กๆ มิชิมะจะพากันมาเดินลุยน้ำเย็นฉ่ำในลำธาร กระโดดข้ามหินก้อนโตที่วางเรียงรายเป็นทางเดิน น้ำใสมากจนมองเห็นก้อนกรวดที่ก้นลำธาร มองเห็นปลาตัวเล็กๆ ว่ายน้ำไปมา และในบางจุดยังมีหิ่งห้อยให้ชมในช่วงต้นฤดูร้อนอีกด้วย
สิ่งที่ทำให้เกมเบกาวะพิเศษกว่าแม่น้ำหรือลำธารที่อื่นๆ คือ ทางเดินข้ามน้ำ (せせらぎ) ที่ทำจากแผ่นหินวางเรียงกันกลางลำธาร ให้คุณเดินข้ามไปมาได้เหมือนเดินบนสะพานธรรมชาติ เสียงน้ำไหลกระทบหิน ลมเย็นจากผิวน้ำ และแสงแดดที่ลอดผ่านกิ่งไม้ ทำให้ทุกก้าวที่เดินเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ ไม่ว่าจะมาฤดูไหน ลำธารแห่งนี้ก็งดงามไม่แพ้กัน — ฤดูใบไม้ผลิมีดอกซากุระร่วงหล่นลอยน้ำ ฤดูร้อนมีเสียงจิ้งหรีดและความเย็นสดชื่น ฤดูใบไม้ร่วงมีสีส้มแดงของใบเมเปิ้ลสะท้อนน้ำ และฤดูหนาวมีความสงบนิ่งที่ล้ำค่ายิ่ง
โคร็อกเกะมิชิมะ — รสชาติแห่งบ้านเกิด
みしまコロッケ(Mishima Croquette)
Local Specialty · Crispy Potato Croquette with Mishima Potatoเที่ยวมิชิมะแล้วไม่ได้ชิมโคร็อกเกะมิชิมะ ถือว่ามาไม่ถึง! นี่คืออาหารท้องถิ่นที่ชาวมิชิมะภูมิใจที่สุด — โคร็อกเกะมันฝรั่งทอดกรอบนอกนุ่มใน ทำจากมันฝรั่งพันธุ์พิเศษที่ปลูกในดินภูเขาไฟอันอุดมสมบูรณ์ของมิชิมะ
ความพิเศษของโคร็อกเกะมิชิมะอยู่ที่ “มันฝรั่งมิชิมะ” ซึ่งปลูกในดินที่อุดมด้วยแร่ธาตุจากภูเขาไฟ ทำให้เนื้อมันฝรั่งมีรสหวานละมุนและเนื้อเนียนละเอียดกว่ามันฝรั่งทั่วไป เมื่อนำมาบดละเอียด ปรุงรส แล้วชุบเกล็ดขนมปังทอดจนเหลืองกรอบ ก็ได้โคร็อกเกะที่ด้านนอกกรอบแตก ด้านในนุ่มละลายในปาก — อร่อยจนต้องกินซ้ำ
ร้านขายโคร็อกเกะกระจายอยู่ทั่วเมือง ตั้งแต่ร้านเนื้อเก่าแก่จนถึงร้านอาหารเล็กๆ ริมทาง แต่ละร้านมีสูตรเฉพาะตัว ผมแนะนำให้ซื้อหลายร้านแล้วเปรียบเทียบกัน — เป็นอีกหนึ่งความสนุกของการเที่ยวมิชิมะแบบคนท้องถิ่น ราคาก็ไม่แพง เพียงชิ้นละ 100-200 เยน เท่านั้น ถือเป็นอาหารว่างที่คุ้มค่าสุดๆ สำหรับการเดินเที่ยวชิลๆ ในเมือง
เทศกาลประจำปี: ทุกปีมิชิมะจะจัดเทศกาลโคร็อกเกะ ที่ร้านค้าต่างๆ แข่งกันงัดสูตรเด็ดออกมาให้ชิม หากมาตรงช่วงนี้พอดี ถือว่าโชคดีมากๆ!
กลับบ้าน — จากมิชิมะถึงหัวใจของคุณ
เมืองมิชิมะอาจไม่ได้ปรากฏอยู่ในรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น แต่สำหรับผมแล้ว ที่นี่คือบ้าน — และเป็นบ้านที่สวยที่สุดในโลก ผมหวังว่าบทความนี้จะทำให้เพื่อนชาวไทยได้รู้จักเมืองเล็กๆ แห่งนี้ และได้สัมผัสฟูจิซังในแบบที่คนมิชิมะรักและหวงแหน
ข้อดีที่สุดของมิชิมะคือ ความสะดวกสบายในการเดินทาง จาก สถานีโตเกียว (Tokyo Station) นั่งรถไฟชินคันเซ็นสาย Tokaido Shinkansen เพียง 45 นาที ก็ถึงสถานี JR มิชิมะ ไม่ต้องเปลี่ยนรถ ไม่ต้องลำบาก ออกจากสถานีก็เริ่มเที่ยวได้เลย ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่พักอยู่ในโตเกียวแล้วอยากหนีความวุ่นวายไปสัก 1 วัน
สำหรับเพื่อนชาวไทยที่เริ่มวางแผนทริปแล้ว ผมแนะนำให้จองตั๋วรถไฟชินคันเซ็นและตั๋วกิจกรรมต่างๆ ล่วงหน้าผ่าน Klook ซึ่งมีตั๋ว JR Pass และบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวพร้อมส่วนลดพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว และจองที่พักผ่าน Agoda ที่มีตัวเลือกโรงแรมและเรียวกังในมิชิมะและบริเวณใกล้เคียง พร้อมราคาที่แข่งขันได้และรีวิวจากนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนมาก
เริ่มวางแผนทริปมิชิมะของคุณวันนี้
จองตั๋วชินคันเซ็นและกิจกรรมผ่าน Klook · จองที่พักสุดคุ้มผ่าน Agoda
แล้วมาสัมผัสฟูจิซังในมุมที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็น
จากบ้านเกิดของผมที่เชิงฟูจิซัง ขอเชิญทุกท่านมาค้นพบเสน่ห์ของมิชิมะด้วยตนเอง
แล้วคุณจะเข้าใจว่า ทำไมที่นี่ถึงเป็นสถานที่ที่ผมรักที่สุดในโลก

